หน้าแรก การเมือง เพื่อไทยบี้ยก...

เพื่อไทยบี้ยกเลิกคำสั่ง-ประกาศ คสช. (ชมคลิป)

5.04.18 | 12:50 น.

“เพื่อไทย”บี้ยกเลิกคำสั่ง-ประกาศ คสช. ชี้กระทบต่อการดำเนินการของพรรคการเมือง-ไม่มีเหตุผลที่คงคำสั่ง ด้าน“อ๋อย”อัด“บิ๊กตู่” อยากเป็นนายกฯก็พยายามทำไป แต่อย่าทำลายระบบการเมือง-ประโยชน์ต่อประเทศชาติ-ปชช.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 5 เมษายน ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) แกนนำพรรคพท. ประกอบด้วย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย นายชัยเกษม นิติศิริ อดีครัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายโภคิน พลกุล คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา น.อ.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ร่วมแถลงถึงกรณีความเสียหายจากการใช้อำนาจตามมาตรา 44 และขอให้คสช.ยกเลิกคำสั่งและประกาศคสช.

โดยนายชูศักดิ์ กล่าวว่า พรรค พท.เห็นว่า การมีอำนาจตามมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญปัจจุบัน เป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างยิ่ง และไม่สมควรเลยที่จะมีการใช้มาตรา 44 ที่ไม่มีระบบตรวจสอบ และไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ และหากมีการใช้ ก็ต้องอยู่ภายใต้บริบทของรัฐธรรมนูญ ตรงกันข้ามการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของหัวหน้า คสช. ที่ผ่านมาหลายครั้งหลายหน ได้สร้างความเสียหาย มีผลกระทบต่อคุณค่าแห่งความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ และหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ขัดต่อหลักนิติธรรม ก่อให้เกิดการใช้อำนาจตามอำเภอใจ กระทบกลไกแห่งระบบกฎหมายของประเทศ พรรคจึงขอแสดงความคิดเห็นและข้อเรียกร้อง ดังนี้

1.การใช้อำนาจตามมาตรา 44 ดังเช่นกรณีการออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 53/2560 และคำสั่งอื่นอีกหลายเรื่องนั้น เป็นการใช้อำนาจของคนๆ เดียว ไปแก้ไขกฎหมายซึ่งผ่านการตราขึ้นโดยรัฐสภาตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ผ่านความเห็นชอบของศาลรัฐธรรมนูญและพระมหากษัตริย์ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้แล้ว จึงไม่อาจมองเป็นอย่างอื่นได้ว่าการออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 53/2560 นั้น แท้ที่จริงก็เพื่อต้องการทำลายพรรคการเมืองเดิม และช่วยเหลือสนับสนุนพรรคการเมืองที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่ เพื่อรองรับการสืบทอดอำนาจของตนเอง ตามที่พรรคได้เคยมีถ้อยแถลงไปแล้ว

นายชูศักดิ์ กล่าวว่า 2.การใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของหัวหน้า คสช. ที่ผ่านมา มีลักษณะที่อาจถือได้ว่าเป็นการ ใช้อำนาจตามอำเภอใจ ลุแก่อำนาจ ขาดการกลั่นกรองตรวจสอบและไร้เหตุผลที่ชอบธรรมรองรับ บางเรื่องมีสภาพผิดเพี้ยนขัดแย้งกันเอง เกิดปัญหาในทางปฏิบัติตามมามากมาย โดยเฉพาะการออกคำสั่งที่ 53/2560 เห็นเจตนาได้ว่าต้องการสร้างผลกระทบและปัญหาให้เกิดกับพรรคการเมืองที่มีอยู่เดิม แต่เอื้อประโยชน์ให้กับพรรคการเมืองที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่ รวมถึงพรรคที่ต้องการสนับสนุนให้ตนเองได้สืบทอดอำนาจต่อไปด้วย ที่สำคัญเท่ากับหัวหน้า คสช. สามารถแก้ไขหลักการสำคัญของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ซึ่งบัญญัติรับรองสถานะของสมาชิกพรรคและสาขาพรรคการเมืองที่มีอยู่แต่เดิมได้โดยลำพัง โดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา ทั้งสองเรื่องได้สร้างปัญหาให้กับพรรคการเมืองเดิมอย่างที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น รวมถึงการเพิ่มเงื่อนไขให้พรรคการเมืองจัดตั้งสาขาพรรค และการจัดประชุมใหญ่ที่ยากขึ้น โดยจะทำได้ต่อเมื่อได้มีการยกเลิกประกาศ คสช. ฉบับที่ 57/2557 และคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 แล้ว แต่การจะยกเลิกประกาศและคำสั่งดังกล่าวก็ต่อเมื่อร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มีผลใช้บังคับแล้ว ซึ่งเป็นที่ทราบว่าร่างกฎหมายนี้ สนช. ก็ขยายเวลาบังคับใช้อีก 90 วัน และยังมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญด้วย การออกคำสั่งนี้จึงเป็นขัดขวางการปฏิรูปพรรคการเมืองที่เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน สร้างความยุ่งยากในทางปฏิบัติทุกอย่างให้แก่พรรคการเมืองเดิมเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของพวกตน และพรรคการเมืองที่จะสนับสนุนพวกตนเท่านั้น 3.การที่รัฐบาลออกมายอมรับว่าคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 53/2560 ที่ประกาศใช้ มีปัญหาในทางปฏิบัติ มีความขัดแย้งกันเอง และแถลงว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาทางธุรการ และจะดำเนินการแก้ไขคำสั่งดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงความไม่รอบคอบและความไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ในการออกคำสั่ง

Advertisement

นายชูศักดิ์ กล่าวอีกว่า 4.พรรคพท.ขอเสนอว่า การที่จะคงคำสั่งที่ 53/2560 ไว้ต่อไป ย่อมจะก่อให้เกิดความเสียหายและมีผลกระทบต่อพรรคการเมืองและสมาชิกพรรคการเมืองที่มีอยู่เดิม และสร้างปัญหาในทางปฏิบัติอีกมากมายหลายประการ ไม่เป็นผลดีต่อระบบการเมือง เป็นเรื่องที่สร้างความเสียหายเป็นอย่างยิ่งที่พรรคการเมืองต้องถูกยุบสาขาพรรค สมาชิกพรรคการเมืองต้องมายืนยันความเป็นสมาชิกด้วยความยากลำบาก กระบวนการจัดทำนโยบายของพรรคการเมืองที่ต้องรับฟังความเห็นจากสมาชิก ถูกทำลายลงโดยสิ้นเชิง การคงคำสั่งที่ 53/2560 ไว้ จึงเป็นอุปสรรคอย่างร้ายแรงต่อการดำเนินกิจการของพรรคการเมือง อีกทั้งไม่ได้สร้างบรรยากาศที่ดีในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น จึงควรที่จะได้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าวเสียและให้พรรคการเมืองได้ปฏิบัติไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองที่บัญญัติไว้เดิม โดยให้ระยะเวลาดำเนินการของพรรคการเมืองเริ่มจากวันที่มีการยกเลิกคำสั่งดังกล่า ดังนั้นพรรคเห็นว่า ไม่มีเหตุผลและความจำเป็นใดที่ คสช. จะยังคงข้อห้ามมิให้พรรคการเมืองดำเนินกิจการทางการเมืองตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 57/2557 รวมถึงข้อห้ามตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 อีกต่อไป ทางออกที่ดีที่สุดคือจะต้องยกเลิกประกาศและคำสั่งดังกล่าวเสียโดยเร็ว

เมื่อถามว่าหากทาง คสช. ยืนยันที่จะปลดล็อกทุกอย่างวนเดือนมิถุนายน นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ถ้าเค้าไม่ยกเลิกเราก็ทำได้เพียงติดตาม เร่งรัด และขอให้เค้ายกเลิกเพราะเราคงไปใช้กำลังบังคับให้เค้ายกเลิกไม่ได้

ด้านนายนพดล กล่าวว่า เราต้องสื่อสารกับพี่น้องประชาชนว่า บ้านเมืองที่ถูกยึดอำนาจมาจะครบ 4 ปี ใน 2 เดือนข้างหน้า คิดว่า คสช.มีหน้าที่ต้องนำประเทศกลับสู่สภาวะปกติสุขโดยเร็ว เพราะการห้ามไม่ให้ประชาชนชุมนุมทางการเมือง และห้ามมิให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมทางการเมือง หลายเรื่องเป็นเรื่องสร้างสรรค์ที่จำเป็นจะต้องทำ ดังนั้น เหตุผลที่ไม่ปลดล็อกทางการเมืองไม่มีเหตุผลที่พอเพียง คสช.ไม่จำเป็นต้องรอในเดือนมิถุนายน ซึ่งไม่แน่ใจว่าเดือนมิถุนายนจะมีการปลดล็อกหรือไม่ รัฐบาล หรือคสช.พูดเสมอถึงวาระเรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นวาระแห่งชาติ แต่ท่านยังคงห้าม และละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยการปิดกันการแสดงออกทางการเมือง และปิดกั้นไม่ให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมซึ่งถือเป็นสิทธิมนุษยชนตามปฏิญญาสากลจึงถือเป็นเรื่องใหญ่

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ใน 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ได้แสดงให้เห็นว่าต้องการเป็นนายกฯ หลังการเลือกตั้ง ส่วนที่เราเรียกร้องเพราะเห็นว่าจะเกิดความเสียหายอย่างมาก เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง ทำพรรคการเมืองอ่อนแอ อีกทั้งการจะห้าม พล.อ.ประยุทธ์ ว่าอย่าเป็นนายกฯหลังการเลือกตั้งก็คงจะไม่ได้ แต่ที่ทำได้คือ อยากเป็นก็พยายามทำไป แต่ขอให้ยุติการทำลายระบบการเมืองและระบบที่จะเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน และที่นายกฯ แสดงความเห็นว่าทำไมพรรคการเมืองตีโพยตีพายน่าจะรู้ดี เหมือนกินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้อง และที่บอกว่าพรรคการเมืองจะอะไรนักหนา ควรจะรู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่ทำความเสียหายกับพรรคการเมืองอย่างไรเขาจึงออกมาแสดงความเห็นกัน และที่ขู่นักการเมืองไม่สนับสนุนคนนอกเป็นนายกฯ เหมือนรู้ผลล่วงหน้าว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีผลอย่างไร ซึ่งเป็นการเปิดเผยแผนการทั้งหมด

นายภูมิธรรม กล่าวว่า ขอฝากพล.อ.ประยุทธ์ว่าทั้งหมดที่เราแถลงไม่ใช่เรื่องมาก หรือคิดจุกจิกในเรื่องธุรการ แต่เป็นหลักการสำคัญที่จะขอให้พล.อ.ประยุทธ์อย่าได้มีส่วนหรือสนับสนุนการทำลายพรรคการเมือง อย่าทำลายโอกาสการอยู่ร่วมของประชาชนในการเข้ากำหนดอนาคตของตัวเอง ทั้งหมดอาจเข้าใจได้ยากว่าพล.อ.ประยุทธ์ไม่เข้าใจอะไรเลย แต่สะท้อนให้เห็นสิ่งที่ทำ ทำเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อกลุ่มการกลุ่มอื่นๆ ที่อยากสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ เข้าสู่อำนาจในอนาคตต่อไป อยากให้ท่านได้ไตร่ตรองและท่านเดินทางมาถึงเกือบจะช่วงสุดท้ายของการยึดอำนาจแล้ว ควรรีบคืนอำนาจให้ประชาชน ควรยกเลิกการใช้คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 53/2560 ยกเลิกการใช้มาตรา 44 อย่างไร้เหตุผล ยกเลิกประกาศคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 ยกเลิกประกาศคสช.ที่ 57/2557

นายโภคิน กล่าวว่า เราไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมีมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งอ้างว่าเป็นรัฐธรรมนูญปราบโกง และมาตรา 44 ใช้ได้จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ ถามว่าตรงนี้มีไว้เพื่อตอบโจทย์อะไร อีกทั้งเมื่อมี พ.ร.ป.พรรคการเมือง และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งต่างๆ แล้วก็ยังพยายามจะขยายเวลาที่จะขยายเวลา แต่ที่สำคัญ พ.ร.ป.พรรคการเมืองที่ออกมาแล้วผ่าน สนช. ก็ยังออกคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 53/2560 แก้ไขกฎหมายฉบับดังกล่าวในเรื่องการทำกิจกรรมของพรรคการเมืองซึ่งพ.ร.ป.กำหนดไว้ว่าต้องทำอย่างไร ประเด็นคือทำไมต้องแก้อันนี้เพื่ออ้างความเป็นธรรมให้พรรคเก่า พรรคใหม่ เราเห็นอย่างเดียวคือต้องการช่วยเหลือพรรคการเมืองที่สนับสนุนตัวเอง ขอถามว่าในเมื่อพ.ร.ป.พรรคการเมืองเขาบอกว่าให้ทำกิจกรรมดังต่อไปนี้ในเรื่องการจัดทำสมาชิก การทำข้อบังคับ การเลือกหัวหน้า เขาให้ทำได้ในกำหนดเวลา ก็ต้องถือว่าเป็นการยกเลิกคำสั่งที่ 3/2558 ไปในตัว

(ชมคลิป)