‘อภิสิทธิ์’วอน คสช. ทบทวนคำสั่ง 53/2560 เหตุสร้างภาระเกินความจำเป็น ไม่หวั่น ปชป.สมองไหลร่วมพรรค ‘สมคิด’
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสครบรอบ 72 ปีพรรคว่า มั่นใจว่าแนวคิดและอุดมการณ์ที่ยึดมั่นเป็นทางหลัก ไม่ใช่เป็นแค่ทางเลือก ประชาธิปัตย์ยุคใหม่จะสร้างสังคมไทย เป็นพรรคเสรีนิยมประชาธิปไตย ไม่ใช่อนุรักษนิยม คนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาร่วมงานผสมผสานจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง แนวทางแตกต่างจากการบริหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่รวบอำนาจไว้ที่ราชการ ต่างจากพรรคเพื่อไทยในอดีตที่เน้นประชานิยม ประชาธิปัตย์จะให้ประชาชนตรวจสอบ เดินหน้าไปสู่ระบบสวัสดิการ สิทธิประชาชนที่จะมีหลักประกันในเรื่องรายได้พื้นฐาน
นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า วันนี้พรรคต้องฝ่าฟันข้อจำกัดทางกฎหมายและคำสั่ง คสช.ไปให้ได้ แต่อยากให้คสช.ทบทวนคำสั่งที่ 53/2560 หลังจากที่ผู้ตรวจการแผ่นดินชี้ว่าเป็นการละเมิดสิทธิประชาชนและขัดรัฐธรรมนูญ การที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุว่าจะแก้ในเรื่องสาขาพรรคเป็นแค่เรื่องทางเทคนิคที่เกิดจากการขัดกันของคำสั่งดังกล่าว แต่ที่พรรคเรียกร้องคือ หากยึดธรรมาภิบาลจริง เมื่อพบว่าคำสั่งนี้สร้างความเดือดร้อนและภาระเกินกว่าความจำเป็นก็ควรแก้ไข รัฐบาลต้องเคารพมติผู้ตรวจการแผ่นดินที่ชี้ว่ามีการละเมิดสิทธิประชาชน ไม่ต้องรอคำชี้ขาดทางกฎหมายจากศาลรัฐธรรมนูญ
เมื่อถามถึงการวิจารณ์คำสั่ง คสช. ที่ 53/2560 นั้นแช่แข็งพรรคเก่า เพื่อให้พรรคใหม่ที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์มีความพร้อม นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่ว่าจะใช้อำนาจอย่างไร ขอให้ยึดหลักธรรมาภิบาล การใช้อำนาจทางการเมือง หากกลับไปสู่จุดที่ใช้อำนาจรัฐมาสร้างความได้เปรียบทางการเมือง มีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง จะปฏิรูปการเมืองไม่ได้ ส่วนการยืนยันสมาชิกพรรค ต้องบอกว่ายังไม่พอใจกับจำนวนสมาชิกที่มายืนยัน เพราะต้องรักษาสมาชิกพรรคไว้ แต่มีข้อจำกัด เพราะแม้ว่าบางคนจะบอกว่าการมีสมาชิกน้อยจะทำให้คุมง่าย แต่ไม่ใช่แนวทางของพรรคประชาธิปัตย์ ในส่วนของอดีต ส.ส.ก็มายืนยันเกือบครบ ยกเว้นบางคนที่มีปัญหาด้านสุขภาพหรืออยู่ต่างประเทศ แต่ยังไม่มีใครแจ้งว่าจะไม่ทำงานการเมืองกับพรรค
ส่วนกระแสข่าวที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ตั้งพรรคการเมืองสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่อนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า นายสมคิดก็พูดชัดว่ากำลังขยับในเรื่องของการเมือง คือการตั้งพรรค ซึ่งทุกคนมีสิทธิตั้งพรรคภายใต้กฎหมาย และยอมรับว่าคงจะมีการดึงตัว ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ไป เป็นเรื่องธรรมดา แต่ไม่คิดว่าจะเป็นปัญหาสมองไหลจนเป็นปัญหากับพรรค ในส่วนของนายณัฐพล ทีปสุวรรณ และนายสกลธี ภัททิยกุล ที่มีข่าวว่าไปพบกับนายสมคิดนั้น ได้ชี้แจงกับนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในส่วน กทม.ว่าไม่ได้มีเรื่องการเมือง และนายสกลธีก็ได้ยืนยันกับพรรคแล้ว ส่วนนายณัฐพลก็ทำโรงเรียนที่ภาคตะวันออก

