09.00 INDEX ยิ่งปลดล็อก พรรคการเมืองช้า “คสช.” ก็จะยิ่งตกเป็น”เป้านิ่ง”

7.04.18 | 08:53 น.

คล้ายกับว่าการดำรงอยู่ของ “มาตรา 44” กับ ประกาศและคำสั่งอันออกมานับแต่รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 จะทำให้

“คสช.”ชิงความได้เปรียบ

เห็นได้จากการเคลื่อนไหวในลักษณะ “ด้านเดียว”

ไม่ว่าจะเป็นการขับเคลื่อน “ประชารัฐ” ไม่ว่าจะเป็นการขับ

เคลื่อน “ไทยนิยม”

Advertisement

พร้อมกับ”งบประมาณ” จำนวนมหาศาล

ขณะที่ยังไม่ยอม “ปลดล็อก”ให้กับพรรคการเมือง ไม่ว่าพรรคเก่า ไม่ว่าพรรคใหม่

เป็นการก้าวล่วงและนำหน้าไปแล้วหลายช่วงตัว

สำแดงลักษณะ “รุก” ในทางการเมือง สะท้อนความได้เปรียบและอยู่เหนือพรรคและกลุ่มการเมืองอื่นอย่างสิ้นเชิง

 

กระนั้น ลักษณะ “รุก”ในทางการเมืองโดย “คสช.”เช่นนี้ก็ใช่ว่าจะกอบโกย “รายรับ”อย่างเป็นฝ่ายกระทำ

หากปรากฏ”รายจ่าย”ขึ้นตลอด 2 รายทาง

ท่าทีของพรรคการเมืองที่เคยเงียบหงอย ง่อก่องอขิง ไม่มีปากมีเสียงก็เริ่มแปรเปลี่ยน

สัมผัสได้จากท่าที นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

สัมผัสได้จากท่าที นายชวน หลีกภัย ที่ตอบโต้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยากตรงไปตรงมาว่าด้วยการดำรงอยู่ของ “ทหารเลว”

สัมผัสได้จาก “แถลงการณ์” พรรคเพื่อไทย

ไม่เพียงแต่ชี้ให้เห็นความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารตลอด 3 ปีที่ผ่านมา หากแต่ยังเปิดโปงกระบวนการเอารัดเอาเปรียบของ คสช.ในลักษณะด้านเดียวออกมาอย่างเด่นชัด

ยิ่งคสช.ยืดเวลา”ปลดล็อก”พรรคการเมืองออกไปช้าเพียงใด ประเด็นนี้ก็จะกลายเป็นทวนสวนกลับมายัง”คสช.”

ทันทีที่ปี่กลอง”เลือกตั้ง”เริ่มขึ้น

 

ท่าทีของพรรคเพื่อไทย ท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ มีความเด่นชัด ยิ่งว่าพร้อมต้านนายกรัฐมนตรี “คนนอก”

ท่าทีแข็งกร้าวเช่นนี้ย่อมมีฐานความเป็นมา

ด้านหนึ่ง มาจากการสรุปรวบยอดผลงาน”คสช.” ขณะเดียวกัน ด้านหนึ่ง ย่อมส่งแรงสะเทือน

สะเทือนต่อ”คสช.”ในฐานะ “เป้า”การเมือง