ระหว่างวันที่ 28 มีนาคม- 2 เมษายน บริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน) และอาศรมสยาม-จีนวิทยา สมาคมปัญญาภิวัฒน์ นำคณะสื่อมวลชนร่วม 20 คน เดินทางไปศึกษาค้นคว้าทางจีนวิทยาที่เมืองเฉิงตู-ก่วงหยวน-ซีอาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้หัวข้อ “บุกบ้านเกิดบูเช็คเทียน เรียนรู้สุสานจิ๋นซี” เพื่อเรียนรู้ประเพณี วัฒนธรรรมและประวัติศาสตร์ของจีน
ผศ.วรศักดิ์ มหัทธโนบล ผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้อธิบายถึงลักษณะอุปนิสัยของคนจีนที่ถูกสังคมค่อนแคะในทางที่ไม่ดี ในแง่การเข้าสังคมกับชนชาติอื่น ว่า ช่วงหลังเกิดเป็นปรากฎการณ์คนจีนมีภาพลักษณ์ในแง่ลบ ถูกมองว่าเป็นชนชาติไร้มารยาท แต่จากประสบการณ์ที่ได้ร่วมศึกษาเรื่องราวของจีนในแง่มุมต่างๆ มากว่า 30 ปี
“บ่อยครั้งผมมักจะให้คำตอบอยู่เสมอว่าที่ คนจีนมีพฤติกรรมที่ยอมรับไม่ได้ของสังคมโลก เพราะคนจีนประสบชะตากรรมอันเลวร้ายอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งเป็นช่วงที่มีการปฎิวัติวัฒนธรรม ระหว่างค.ศ.1966-1976 นับเป็นระยะเวลา 10 ปีเต็ม ทำให้ประเพณีอันดีงามของคนจีนที่มีอยู่แต่เดิม มารยาทแบบจีนที่งดงาม กลับถูกตราว่าเป็นประเพณีของศักดินา ไม่ใช่สังคมนิยม ฉะนั้น ประเพณีศักดินาจะต้องถูกทำลายทั้งหมด ทำให้เวลาต่อมาวัฒนธรรมอันดีงามของคนจีนที่มีอยู่เดิมถูกทำลายทั้งหมด ส่วนคนจีนขณะนั้นใครยังยึดถือประเพณีและมารยาทแบบเดิม จะต้องมีความผิด จึงทำให้ประชากรชาวจีนไม่มีใครกล้าทำตามประเพณีเช่นเดิมอีก” ผศ.วรศักดิ์ กล่าว
ผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา กล่าวว่า ครั้นจีนเข้าสู่ยุคใหม่ กลับไม่ได้เป็นสังคมนิยมแบบที่เราเคยเห็นอีกแล้ว คนจีนยังคงติดอุปนิสัยที่ถูกอิทธิพลทางการเมืองบีบบังคับมาติดตัวมาจนถึงปัจจุบัน กลายเป็นพฤติกรรมสวนกลับความรู้สึกของสังคมโลก หรือแม้แต่สังคมไทย
ผศ.วรศักดิ์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ตนได้แบ่งมุมมองออกเป็น 2 แง่คิด คือ 1.ถ้าเข้าใจว่าคนจีนมีอุปลักษณะนิสัยดังกล่าวเพราะอะไร แม้แต่ตนเองยังรู้สึกไม่ชอบกับบางพฤติกรรมบ่อยครั้ง แต่คิดว่าสังคมโลก รวมถึงคนไทยจะต้องเข้าใจว่า แท้จริงคนจีนไม่ได้เป็นแบบนี้ แต่ที่เป็นแบบนี้เพราะถูกการเมืองมากระทำในช่วงเวลาหนึ่ง สาเหตุที่พูดถึงประเด็นนี้ เพราะระยะหลังมานี้ ตั้งแต่ที่ชาวจีนถูกวิจารณ์ในเรื่องพฤติกรรมมามาก คิดว่าปัจจุบันคนจีนเริ่มปรับปรุงแก้ไขตัวเอง จนเห็นได้ว่าช่วงหลังของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมายังประเทศไทยจะถูกวิจารณ์เรื่องพฤติกรรมน้อยลง อย่างครั้งหนึ่งเคยเห็นกรุ๊ปทัวร์ของจีนกลุ่มใหญ่ ขณะตนกำลังอยู่ที่สนามบินปักกิ่ง ได้สังเกตเห็นว่าไกด์ของชาวจีน ใช้เวลานานมากในการบรรยายกับลูกทัวร์ให้ฟังถึงสิ่งที่ควรหรือไม่ควรทำเมื่อเดินทางมาประเทศไทย รวมถึงอุปนิสัยของคนไทยต่างๆ นานา ฉะนั้น ในแง่มุมนี้ จึงมองเห็นว่าคนจีนก็มีความพยายามที่จะปรับเปลี่ยนและขณะนี้ก็มีแนวโน้มที่ดีขึ้นเรื่อยๆ
นอกจากนี้ ผศ.วรศักดิ์ กล่าวว่า ประเด็นต่อมา คือ การที่สังคมโลกหรือคนไทยได้เห็นพฤติกรรมแปลกๆ คนจีนนั้น ต้องเรียนตามตรงว่าส่วนใหญ่เป็นคนชนบท แต่สิ่งที่ทำให้น่าทึ่งคือ ครั้งหนึ่งในความคิดของคนชนบทในประเทศจีน คำว่าไปเที่ยวเมืองนอกหรือต่างประเทศ เป็นเรื่องห่างไกลมาก แม้กระทั่งไม่มีสิทธิที่จะคิดเลยก็ว่าได้ อยากจะเปรียบเทียบกับเมืองไทยว่าชาวนาไทยสามารถเดินทางไปเที่ยวยุโรปได้หรือไม่ หรือเอาแค่จีนก็ได้ ซึ่งเป็นไปได้ยากมาก ขณะที่จีนคนชนบทกลับมีฐานะที่จะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศได้ สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจของจีนดีขึ้น
“ทุกคนอยากไฝ่ฝันไปเที่ยวต่างประเทศกันทั้งนั้น แต่ครั้งหนึ่งเคยคิดว่าเป็นไปไม่ได้ ตอนนี้กลับเป็นไปได้ เพราะไม่เพียงแต่ไปเที่ยวเมืองไทย ขณะนี้ คนจีนยังเดินทางไปเที่ยวทั่วโลก คนเหล่านี้ยอมรับว่าครั้งหนึ่งฐานะไม่ค่อยดี แต่ตอนนี้มีกำลังทรัพย์มาก สามารถไปเที่ยวเมืองนอกได้ ทำให้มีพฤติกรรมบางอย่างยังไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนนี้ต้องเข้าใจ ผมต้องการจะสื่อว่าพฤติกรรมที่แย่ๆ อะไรก็แล้วแต่ กลับทำให้ผมรู้อิจฉาคนกลุ่มนี้ เพราะผมอยากให้พี่น้องชาวนาของไทยหรือในพื้นที่ชนบทได้เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศเช่นคนจีนบ้าง จะทำอย่างไรได้บ้าง มองกลับกันหากพ่อแม่พี่น้องชนบทของเราเดินทางไปเที่ยวเมืองนอกบ้างก็คงจะมีพฤติกรรมแบบเบ๊อะๆ บ๊ะๆ บ้างก็เป็นไปได้ แต่การไปเที่ยวเมืองนอกเป็นสิ่งที่ดีไม่ใช่หรือ อาจเป็นคำถามที่ต้องย้อนกลับมายังประเทศไทยด้วย” ผศ.วรศักดิ์ กล่าว

