หน้าแรก การเมือง รับหลักการ กม...

รับหลักการ กม.ค่าตอบแทนฯคดีอาญา คดีสิ้นสุด จำเลยไม่ผิด แจ้งสิทธิรับค่าทดแทน

31.03.16 | 20:04 น.

สนช.รับหลักการ กม.ค่าตอบแทนฯแก่จำเลยในคดีอาญา สามารถแจ้งสิทธิขอรับค่าทดแทนหากศาลมีคำสั่งถึงที่สุดไม่ได้ทำผิด พร้อมเพิ่มฐานความผิดในการขอรับค่าทดแทน

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 31 มีนาคม มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.ทำหน้าที่ประธาน โดยที่ประชุมได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้ จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา (ฉบับที่…) พ.ศ… ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ โดย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงสาระสำคัญว่า พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 เกิดขึ้นบนพื้นฐานของความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนิน คดีอาญา ฝ่ายที่เป็นผู้เสียหายต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก และไม่มีช่องใดที่จะช่วยเหลือผู้ที่ตกเป็นจำเลย หรือผู้ที่ถูกฟ้อง ซึ่งบางครั้งฟ้องผิดตัว กลั่นแกล้ง ปรักปรำจำเลย ทำให้ตกเป็นจำเลยโดยที่ตนเองไม่ได้กระผิด โดยมีคดีตัวอย่าง คือ คดีเชอรี่แอน ดันแคน และอีกๆหลายคดี แต่เมื่อใช้มาหลายปีก็ควรที่จะมีการแก้ไขปรับปรุงเพื่อให้มีความเหมาะสม

นายวิษณุ กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ ได้แก้ไขเพิ่มเติมให้มีการแจ้งสิทธิการได้รับค่าตอบแทนหรือค่าทดแทนและค่าใช้จ่าย ตามพ.ร.บ.นี้แก่ผู้เสียหายหรือทายาทที่ได้รับความเสียหาย หรือแก่จำเลยที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ถอนฟ้องหรือศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่า จำเลยมิได้เป็นผู้กระทำความผิด หรือการกระทำของจำเลยไม่มีความผิด ปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย และทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา โดยปรับให้มีผู้แทนของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ผู้แทนกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งถือว่า ตัวแทนของหน่วยงานนี้เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง พร้อมกันนี้ก็ได้เพิ่มอำนาจของคณะกรรมการฯในการแต่งตั้งอนุกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหายฯ กำหนดอำนาจหน้าที่ของคณะอนุกรรมการฯและการใช้สิทธิอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการ นอกจากนี้ยังปรับปรุงรายการท้ายพระราชบัญญัติเฉพาะความผิดบางลักษณะตามประมวลกฎหมายอาญา เช่น คดีความผิดเกี่ยวกับเพศ ข่มขืนกระทำชำเรา ความผิดเกี่ยวกับการฆ่าผู้อื่น ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพ เป็นต้น ซึ่งในส่วนนี้ไม่ต้องกังวล ว่า อาจะเป็นภาระในการเพิ่มงบประมาณในการจ่ายค่าตอบแทนให้กับผู้เสียหาย เพราะในแต่ละปีจะเพิ่มเพียง 100-200 ล้านบาทเท่านั้น

จากนั้นได้เปิดให้สมาชิกอภิปราย โดยนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สนช. อภิปรายว่า เห็น ด้วยที่จะให้ผู้เสียหายมีสิทธิรับค่าตอบแทนโดยเฉพาะกลุ่มเด็ก สตรี คนพิการ ผู้สูงอายุส่วนใหญ่จะเกิดจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ แต่ตนมีข้อสังเกตเกี่ยวกับองค์ประกอบของคณะกรรมการที่ไม่มีผู้แทนจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเข้าร่วม เพราะปัจจุบันมีคดีทีเกี่ยวข้องกับแรงงานเป็นจำนวนมากทั้งแรงงานไทยและแรงงานต่างด้าว บางครั้งคนเหล่านี้ถูกกระทำจากนายจ้าง รวมทั้งไม่มีตัวแทนขององค์กรพัฒนาเอกชนหรือเอ็นจีโอ ซึ่งคนเหล่านี้จะมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หากเข้าไปเป็นกรรมการก็จะสามารถช่วยในพิจารณาเรื่องต่างๆได้ดี

ด้านนายตวง อันทะไชย สมาชิก สนช. อภิปรายว่า กฎหมาย ฉบับนี้จะทำให้ประชาชนที่ตกเป็นผู้เสียหายมีสิทธิเข้ารับการช่วยเหลือ ได้ง่ายขึ้น ซึ่งกฎหมายดังกล่าวยังช่วยคุ้มครองผู้สุจริต แต่อยากให้มีการปรับสถานที่ในการที่ผู้เสียหายจะเข้าขอรับค่าตอบและค่าเสีย หาย ให้มีความเหมาะสม สะดวกมากยิ่งขึ้น เพราะสถานที่ประชาชนไม่อยากไปคือ โรงพักและโรงพยาบาล นอกจากนี้ควรมีการสื่อสารให้ประชาชนรับทราบเกี่ยวกับสิทธิของประชาชนที่ได้ จากการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

Advertisement

นายวิษณุ ชี้แจงว่า การตัดตัวแทนกรม สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานออกไปนั้น ไม่ได้เป็นการตัดสิทธิของหน่วยงานดังกล่าวแต่อย่างใด เพราะคดีที่เกี่ยวกับการแรงงานไม่ได้เกิดขึ้นต่อเนื่อง แต่สามารถให้อนุกรรมการแต่ตั้งให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเข้ามามี บทบาทในคณะกรรมการได้เช่นกัน และจะมีอำนาจมากกว่าที่อยู่ในคณะกรรมการ ส่วนกรณีสถานที่ที่ประชาชนจะเข้าขอรับค่าเสียสายนั้นตนเห็นด้วยคงต้องให้มี การปรับให้มีความเหมาะสม

ภายหลังอภิปรายเสร็จสิ้นที่ประชุมมี มติ รับหลักการร่างพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ด้วยคะแนน 174 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน 15 คน แปรญัตติ 7 วัน กำหนดระยะเวลาในการทำงายภายใน 60 วัน