09.00 INDEX กระบวนท่า การเมือง พรรคคสช. ​​​ระดับ “พญามังกร” อันเยี่ยมยุทธ์

10.04.18 | 08:39 น.

หากติดตามการเคลื่อนไหวไม่ว่าจะของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ไม่ว่าจะของ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ก็จะมองเห็นภาพในทางการเมืองแจ่มชัดขึ้นเป็นลำดับ
​เป็นภาพที่ว่าในที่สุดแล้วจะต้องมี “พรรคการเมือง”ขึ้นมาเป็นฐานรองรับกับการสืบทอด “อำนาจ”
​ไม่ใช่อำนาจ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ โดยตรง
​ขณะเดียวกัน ก็ไม่ใช่อำนาจ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ โดยตรง
​หากเป็นอำนาจของ “คสช.”
​ภายในการปฏิเสธของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ภายในการปฏิเสธของ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ก็มีการยอมรับ
​ยอมรับในการก่อรูปขึ้นของ “พรรคการเมือง”

จุด”ร่วม”อย่างหนึ่งทั้งของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ คือ ยอมรับการเป็นนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
​ไม่ว่า ณ ปัจจุบัน ไม่ว่าในอนาคต
​”การบริหารประเทศไม่ใช่เรื่องง่ายในสถานการณ์ที่ประเทศ ไทยอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ต้องการความสงบ เสถียรภาพและต้อง การเวลาในการสานต่อเพื่อปฏิรูปประเทศ”
​คำตอบ”ร่วม”ก็คือ ต้องเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เท่านั้น
​ขณะเดียวกัน แม้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ จะยืนยันว่า “(ผม)ไม่เคยพูดเรื่องการตั้งพรรค” แต่ก็ยอมรับไปด้วยว่า “ถ้าจะมีการตั้งพรรคอาจเป็นลูกน้องของผม”
​โดย นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ก็ไม่ปฏิเสธว่า “ที่ผ่านมาได้คุยกับนักกากรเมืองโดยตลอดตั้งแต่มาเป็นรัฐมนตรี”
​คำถามอยู่ที่สถานะของ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์
​มีสถานะเป็น “ลูกน้อง” ของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ซึ่งเป็น “รองนายกรัฐมนตรี”หรือไม่
​หากเป็นก็แจ่มชัดว่า “ไผเป็นไผ”

เพียง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เผยออกมาแค่นี้ เพียง นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ยอมรับออกมาระดับนี้
​แทบไม่จำเป็นต้องรอคำตอบจาก “นาย”
​เพราะทุกอย่างล้วนดำเนินไปภายใต้กระสวน “พี่ไม่ต้องน้องๆทำให้เอง”ครบถ้วน กระบวนความ