เมื่อช่วงเช้าวันที่ 11 เมษายน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เปิดบ้านให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ นำ ครม. ผู้นำเหล่าทัพ เข้าขอพรและรับพรเนื่องในโอกาสวันสงกรานต์

โดยเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 11 เมษายน ที่บ้านสีเสาเทเวศร์ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เปิดบ้านพักรับรองให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประกอบด้วย พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยผู้บัญชาการเหล่าทัพ เข้ารดน้ำขอพร เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2561
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย เป็นวาระแห่งความสุข เป็นเทศกาลสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของไทย จึงถือเป็นวาระอันมิ่งมงคล ที่คนไทยทุกคนจะกราบคารวะ พ่อแม่ ผู้มีพระคุณ เพื่อกราบอวยพร และขอรับพรจากผู้ใหญ่ พวกเรามาวันนี้ในฐานะทั้งในนามของรัฐบาล เหล่าทัพ และผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสวนราชการ เพื่อมากราบอวยพร เนื่องในวันสงกรานต์ เพราะสิ่งที่พวกเราทำมาโดยตลอด คือยึดถือหลักการของท่านองคมนตรี ในการเกิดมาต้องตอบแทนคุณแผ่นดิน ซึ่งอยู่ในจิตใจของพวกเราเสมอมา ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต โดยจะถ่ายทอดต่อไปสู่คนรุ่นหลังด้วย ว่าต้องยึดมั่นในหลักการเหล่านี้อย่างไม่เสื่อมคลาย
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้สถานการณ์บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปมากพอสมควร เราต้องเตรียมความพร้อมประเทศ เพื่อรับมือกับความเสี่ยงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ทั้งภัยคุกคามในรูปแบบเก่าและใหม่ วันนี้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ขัดแย้ง โรคอุบัติใหม่ สภาวะอากาศโลกที่เปลี่ยนแปลง ความขัดแย้งในสงครามที่เกิดขึ้นมากมาย และยังมีสงครามทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นมาอีก ประเทศไทยจึงต้องเตรียมการเพื่อรองรับเหตุการณ์เหล่านี้ ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ให้คนของเราดียิ่งขึ้น เพื่อสานต่อตามแนวทางที่ พล.อ.เปรม เพื่อรักษาสิ่งที่ดีไว้
“เรากำลังเดินหน้าไปสู่บ้านเมืองที่จะเป็นประชาธิปไตยที่เป็นสากล และต้องเตรียมความพร้อมด้วยว่า เป็นประชาธิปไตยอย่างไร ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญ โดยต้องเป็นประชาธิปไตยที่มีธรรมาภิบาล โปร่งใส เป็นธรรม รัฐบาล คสช.จำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายหลายฉบับ แน่นอนย่อมเกิดความไม่เข้าใจ และไม่พอใจอยู่บ้าง แต่ในวันข้างหน้าทุกอย่างจะดีขึ้น เพราะกฎหมายเป็นหลักการที่จะทำให้เกิดความเท่าเทียม เช่น ทุกคนมีความเท่าเทียมในโอกาสดำรงชีวิต รายได้ อาชีพ แน่นอนว่าการจัดระเบียบจะมีคนที่พอใจและไม่พอใจ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า อีกเรื่องที่สำคัญคือโซเชียลมีเดียและเทคโนโลยี ซึ่งเจริญเติบโตก้าวหน้ามาก มีทั้งดีและไม่ดี แต่รัฐบาลพยายามสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี ทั้งนี้ ไม่มีใครใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียวแล้วจะสำเร็จได้ เพราะทุกอย่างต้องร่วมมือกันคิดและทำแบบประชารัฐ แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น แม้ไม่ง่าย แต่ไม่ยาก ทุกคนที่มีจิตใจเป็นคนไทยอย่างแท้จริง ต้องร่วมมือกันทำให้ทุกอย่างสำเร็จ เว้นแต่ไม่มีจิตใจเป็นคนไทย ซึ่งมีอยู่พอสมควร จึงอยากให้ประชาชนทั่วไปสนับสนุนแนวทางของ พล.อ.เปรม แล้วปรับให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน และต้องทำออกมาให้ดีที่สุด
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สิ่งที่พวกเราเป็นห่วงในขณะนี้ คือเรื่องสุขภาพร่างกายของ พล.อ.เปรม เราทุกคนเป็นห่วงอยู่เสมอ ก็อยากให้แข็งแรง อยู่กับพวกเราไปนานเท่านาน วันนี้จึงมาขอกราบอวยพร ด้วยความห่วงใย และกราบขอบพระคุณที่ให้โอกาสพวกเราเข้ามาอวยพร ขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ดลบันดาลให้ พล.อ.เปรม มีแต่ความสุข ความเข้มแข็ง มีสุขภาพแข็งแรง ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนาทุกประการ
ภายหลังรดน้ำขอพร พล.อ.เปรมได้กล่าวอวยพรทุกคนว่า ขอขอบคุณนายกรัฐมนตรี ที่กรุณามีเมตตานำผู้บริหารประเทศ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ มาอวยพรในวันสำคัญของประเทศไทย ขอชมเชยนายกรัฐมนตรีที่กรุณาดำรงความเป็นไทย ในปีใหม่ไทยนี้ และมาให้พรซึ่งกันและกัน ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าชมเชยมาก ซึ่งนายกฯทำได้ดีมาก ในการรักษาประเพณีของไทยไว้ โดยนายกฯดำรงความเป็นไทย ที่ถือเป็นสิ่งที่คนไทยยึดถือเสมอมา เพราะฉะนั้นนายกฯจะประสบความสำเร็จในการบริหารประเทศ เพราะนายกฯ เป็นคนไทยที่เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ถือว่าเป็นสิ่งที่ประเสริฐมาก ตนดีใจที่นายกฯเป็นผู้นำ โดยได้ทำเป็นแบบอย่างให้คนในชาติเราเห็นว่า การรักษาความเป็นไทยถือเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนไทยควรยึดถือ และทำเหมือนอย่างนายกฯ และพวกเรากำลังทำให้อยู่
พล.อ.เปรมกล่าวอีกว่า ต้องขอโทษที่ไม่สามารถให้ทุกคนเข้ามารดน้ำได้ ทั้งๆ ที่อยากจะคุยด้วย ซึ่งขณะนี้นายกฯก็งานเยอะ และตนไม่มีเวลามากที่จะให้ทุกคนรดน้ำพอขอพรด้วย แต่ในใจของตนนั้น เป็นพวกเราอยู่เสมอ ตนพยายามเฝ้าดูว่านายกฯจะพาประเทศของเราเดินได้สำเร็จ แม้ว่าจะใช้เวลานานสักเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม มั่นใจในนายกฯและพวกเราทุกๆคน ผบ.เหล่าทัพ และตำรวจ โดยจะเป็นแรงสนับสนุนที่ดีของนายกฯ ให้สามารถบริหารประเทศของเราสำเร็จให้ได้ ตนต้องขอโทษอีกครั้งที่ไม่สามารถให้บุคคลเข้ามารดน้ำได้ แต่ใจจริงนั้น ตนเป็นเพื่อนกับทุกคนเสมอ และจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป โดยตนได้เป็นเพื่อนกับนายกฯมา 10 กว่าปี ซึ่งปีนี้เราเป็นเพื่อนกันอยู่ ซึ่งตนก็ยินดี และภูมิใจมากที่นายกฯเข้ามาบริหารประเทศ โดยมีพวกเราเป็นผู้สนับสนุน
“สิ่งหนึ่งที่ ผมคิดว่า ผมจะต้องพูดกับนายกฯตรงๆ คือขอให้ยึดมั่นในคำว่า เกิดมาต้องตอบแทนคุณแผ่น ถ้านายกฯทำเรื่องนี้ได้ แผ่นดินก็จะอยู่ในความสงบสุข โดยมีนายกฯเป็นผู้นำประเทศของเรา และเราเป็นแรงสนับสนุน” ประธานองคมนตรีกล่าว
พล.อ.เปรมกล่าวอีกว่า ในโอกาสวันสงกรานต์ ซึ่งเป็นวันดีของประเทศเรา ขออวยพรให้นายกฯมีความสุขความเจริญ สุขภาพแข็งแรง มีกำลังใจ ที่จะยึดมั่นทำงานให้ประเทศชาติของเราเจริญก้าวหน้าต่อไปได้ ขอให้ทุกคน มีสุขภาพแข็งแรงที่จะช่วยเป็นเสาหลักประเทศของเราให้ได้ ขอขอบคุณนายกฯอีกครั้งหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้เรียก ครม.และผู้นำเหล่าทัพเข้ามารายงานตัวกับ พล.อ.เปรม โดย พล.อ.เปรม ได้ถามหา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยกล่าวว่า “ป้อมไปไหน” พล.อ.ประยุทธ์จึงรายงานว่า “ท่านไม่สบายไปตรวจเช็กสุขภาพ เป็นเส้นเลือดหัวใจ ต้องไปบายพาส” จากนั้น พล.อ.เปรมกลับเข้าบ้านพัก ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์จะเดินไปทักทายคณะ พร้อมกล่าวว่า “ป๋าขอให้เราสัญญา ใครไม่ทำก็ช่างเขา เราต้องทำให้ได้ โดยต้องยึดมั่นในสิ่งเหล่านี้ เห็นแล้วใช่ไหม ว่าป๋าไม่ได้เป็นอะไร ขอให้กลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง





