เมื่อวันที่ 14 เมษายน นายชวน ชูจันทร์ ผู้ยื่นคำขอจดจัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพรรคพลังประชารัฐมีการวางแนวทางและเป้าหมายในการดึงคนรุ่นใหม่มาเข้าร่วมกับพรรคว่า ภาพรวมการทำงานของพรรคเราจะมีทั้งนักการเมืองที่เป็นคนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่าผสมกันไป หากมีแต่คนรุ่นใหม่โดยไม่มีคนรุ่นเก่าเลยก็จะทำให้ขาดประสบการณ์ทางการเมือง หรือถ้ามีเฉพาะแค่คนรุ่นเก่าโดยไม่มีนักการเมืองคนรุ่นใหม่ๆ เลยก็ทำให้มองในสิ่งใหม่ๆ ไม่ทั่วถึง ดังนั้น การทำงานของพรรคเราก็จะมีทั้งคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ เน้นหลักการผสมผสานเพื่อเข้ามาช่วยกันทำงานและขับเคลื่อนพัฒนาประเทศชาติตามแนวทางและนโยบายที่เราตั้งใจ เรายินดีต้อนรับคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วม ไม่มีปัญหาอะไร เพียงแต่ว่าทั้งคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ต้องรับฟังความเห็นซึ่งกันและกัน
นายชวนกล่าวต่อว่า ส่วนที่มีรายชื่อของนายสกลธี ภัททิยกุล อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ และนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีตผู้อำนวยการพรรคประชาธิปัตย์ จะมาเข้าร่วมพรรคเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งนั้น ส่วนตัวทราบว่านายสกลธีเพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็นรองผู้ว่าฯกทม. ส่วนอนาคตจะมาอยู่กับเราหรือเข้ามาเป็นสมาชิกพรรค จะมาอยู่กับเราแน่นอนหรือไม่ เป็นเรื่องของอนาคตที่เขาตัดสินใจเอง ส่วนที่มีข่าวว่าจะขอปรับเปลี่ยนชื่อพรรคเป็นชื่ออื่นนั้น ความเห็นส่วนตัวไม่แน่ใจว่าตามขั้นตอนจะสามารถทำได้หรือไม่ เพราะพรรคได้มีการจดแจ้งชื่อต่อ กกต.ไปแล้ว และ กกต.เองก็ดำเนินการตรวจสอบว่าชื่อที่ยื่นไปนั้นถูกต้อง ไม่ขาดคุณสมบัติ และไม่ซ้ำกับพรรคใด

