หน้าแรก การเมือง ผบ.มทบ.11บอก&...

ผบ.มทบ.11บอก”หนุ่มเสี่ยงจับใบแดง ร้องไห้ไม่หยุด”ยันหน่วยดูแลยายให้อย่างดี

19.04.18 | 09:45 น.

เมื่อวันที่ 19 เมษายน พล.ต.ปิยพฃศ์ กลิ่นพันธุ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) กล่าวชี้แจงถึงการเผยแพร่ คลิปในโซเชียลมีเดียกรณีการตรวจเลือก ชายไทยเข้ารับราชการทหาร แล้วจับได้สลากใบแดง ต้องเข้ารับราชการและร้องไห้ เสียใจ ที่จะไม่มีคนดูแลยายของตน ซึ่งป่วยและอยู่คนเดียว ว่า ผู้เข้ารับการตรวจเลือก ชื่อ นายศักดิ์ฤทธิ์ ศรีสุนทร อยู่บ้านเลขที่ 59/3 ซอยเทอดไทย 15 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กทม. ซึ่งมีวุฒิการศึกษา ที่ลงไว้ คือ ปริญญาตรี แต่อยู่ระหว่างศึกษา โดยได้ขอผ่อนผัน เพื่อการศึกษามาแล้วสองครั้ง ในครั้งนี้ได้ตัดสินใจขอยกเลิกการผ่อนผัน และเข้ารับการตรวจเลือก โดยสมัครใจเข้าจับสลาก และจับได้สลากใบแดง (ทบ.ผลัดที่ 2) ต้องรับราชการ 2 ปี ในผลัดที่ 2 เนื่องจากวุฒิที่สามารถใช้เป็นหลักฐานได้คือ ปวช.โดยจะต้องเข้ารับราชการในเดือน พฤศจิกายน นี้ ขณะเดียวกันนายศักดิ์ฤทธิ์ มีภาระต้องดูแลยาย 1 คน อายุ 75 ปี และป้าอีกสองคน ป้าที่อายุ 55 ปี(ป่วย) และป้าที่อายุ 48 ปีกับหลานชายอายุ16 ปีอีก 1 คน (เรียนหนังสือ) รายได้ของครอบครัวมาจาก การร้อยมาลัยของยายและป้า กับเจ้าตัวทำงานบริษัท ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้า สภาพครอบครัวมีฐานะยากจน

พล.ต.ปิยพงศ์ กล่าวต่อว่า ในกรณีนี้ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.และ พล.ท.กู้เกียรติ ศรีนาคา แม่ทัพภาคที่ 1 ได้ให้ความสนใจ จึงสั่งการให้สัสดีในพื้นที่รับผิดชอบ เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง และเตรียมการดูแลอย่างเหมาะสมต่อไป ทั้งนี้ การตรวจเลือกเป็นไปตามกระบวนการ อย่างเปิดเผยและยุติธรรม ไม่ได้กลั่นแกล้งเพื่อสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้ใด และเมื่อทราบปัญหา ก็เร่งหาทางแก้ไขอย่างรวดเร็ว ในทุกราย

“อย่างไรก็ตาม นายศักดิ์ฤทธิ์ จะเข้าประจำการ ที่หน่วย มทบ.11 ถ.พระราม 5 เขตดุสิต กทม. ใน 1 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งหน่วยจะดูแล ทั้งตัวน้องทหารใหม่และยาย ให้เป็นอย่างดี เพื่อสร้างความสบายใจ คลายกังวล สามารถเข้ารับการฝึก และทำหน้าที่ของตนสมกับเป็นชายชาติทหาร ที่ได้ทำหน้าที่ของตน ตามกฏหมายอย่างสมบูรณ์” ผบ.มทบ.11 กล่าว

ด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าววว่า ในรั้วครอบครัวทหารยุคปัจจุบัน ทุกหน่วยจะมีการดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาทุกมิติ โดยเฉพาะความใส่ใจต่อชีวิตความเป็นอยู่ภายนอกรั้วทหาร และให้ความสำคัญกับทหารทุกคนเสมือนเป็นญาติพี่น้องคนในครอบครัว เพราะญาติเขาก็เหมือนญาติเรา ที่ผ่านมาความกังวลในลักษณะนี้ ทางหน่วยต้นสังกัดจะมีวิธีช่วยบริหารจัดการให้ได้อย่างเหมาะสมที่สุด

“เชื่อว่าเมื่อทางหน่วยได้เข้าไปมีส่วนร่วมด้วยแล้วสุดท้ายอาจไม่ถึงกับต้องเสียภารกิจในทางใดทางหนึ่งไป ไม่ว่าจะภาระทางราชการ หรือภาระทางครอบครัวที่จะมีเพื่อนทหาร และผู้บังคับบัญชาไปร่วมกันดูแล หรือบางกรณีทางหน่วย สามารถพิจารณาเสนอขอใช้ระเบียบการขอลาดูแลบุพการีได้ถ้าจำเป็นจริงๆ” โฆษกกองทัพบก กล่าว

Advertisement