09.00 INDEX “แถลงการณ์” จาก “พรรคเพื่อไทย” มากด้วย”เขี้ยว” แฝงคม “การเมือง”

2.04.16 | 08:37 น.

ถามว่าทำไม “พรรคเพื่อไทย” จึงต้องรีบออก “แถลงการณ์”ในเรื่องร่างรัฐธรรมนูญตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม
1 วันหลัง นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เปิดตัว”ร่าง”

แม้จะมีเสียงฮึ่มๆฮั่มดังมาจาก นายวิษณุ เครืองาม ประสานเข้ากับ พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์
ในทำนอง “ปราม”

กระนั้น เมื่อรับฟังคำชี้แจงจาก นายสามารถ แก้วมีชัย คณะทำงานด้านร่างรัฐธรรมนูญจากพรรคเพื่อไทย
ก็ต้องร้อง “ฮ้อ”

“จะผิดกฎหมายได้อย่างไรในเมื่อยังไม่มีกฎหมายใดออกมาใช้บังคับเรื่องการทำประชามติ

“หากพรบ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญออกมา ทางพรรคพร้อมปฏิบัติตามกฎหมาย ส่วนจะเคลื่อนไหวต่อหรือไม่ต้องดูว่ากฎหมายห้ามทำอะไร จะทำอยู่ในขอบเขต”

Advertisement

เรียบร้อยประดุจดัง “ผ้าพับ”

ต้องยอมรับใน “ความเป็นจริง” ว่า ภายในพรรคเพื่อไทยมิได้ “แล้งไร้” ซึ่ง “นักกฎหมาย”
อย่างเช่น นายชูศักดิ์ ศิรินิล ก็ไม่ธรรมดา
เพราะไม่เพียงแต่เป็น “ดุษฎีบัณฑิต” ในทางนิติศาสตร์ หากยังเคยเป็นถึงอธิการบดี และคณบดีคณะนิติศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยรามคำแหง
ยัง นายสามารถ แก้วมีชัย ก็ “คร่ำหวอด”

คร่ำหวอดในฐานะ ส.ส.จังหวัดเชียงรายหลายสมัย คร่ำหวอดในฐานะ”ประธานวิป”
และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยิ่งต้องประสบกับชะตากรรมตั้งแต่รัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 กระทั่งรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557
ยิ่งมีความจำเป็นต้อง “เชี่ยวชาญ” ในเรื่อง “กฎหมาย”
พรรคเพื่อไทยจึงออก “แถลงการณ์” แสดงจุดยืนไม่ยอมรับร่างรัฐธรรมนูญตั้งแต่ไก่โห่

ครานี้ก็รอฟัง”เสียง”จาก”พรรคการเมือง”อื่น

ไม่ว่าจะเป็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ว่าจะเป็น นายจตุพร พรหมพันธุ์ ล้วนต้องการ ได้ยินด้วยความระทึกในดวงหทัย

ขอให้พิจารณาน้ำเสียงนิ่มของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
“เชื่อว่าไม่ใช่เพียงแต่พรรคเพื่อไทย คงทุกพรรคการเมือง ทุกกลุ่มที่จะใช้สิทธิของตนเองอย่างเต็มที่ตามกฎหมาย ในการที่จะอธิบายให้พี่น้องประชาชนเพื่อใช้ประกอบวิจารณญาณ

“ในการตัดสินลงคะแนนโหวตรับ หรือไม่รับ”

ขณะเดียวกัน ความดุเดื้อด เข้มข้น ยังตามมาจาก นายจตุพร พรหมพันธุ์
“ขอเรียกร้องให้พรรคการเมืองควรแถลงจุดยืนกับประชามติให้ชัด และถ้าพรรคใดไม่ทำตามที่แถลงไว้แล้ว ประชาชนควรไปช่วยกันคว่ำนักการเมืองเหล่านั้น

“เพราะรับรู้กันทั่วถึงว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้มีเนื้อหาที่เลวร้ายกว่ารัฐธรรมนูญ ปี 2550 แล้วยังจะทำให้เกิดวิกฤตบ้านเมืองเพิ่มขึ้นอีก ต้องจับตาพวกปากประชาธิปไตยแต่มีใจง่ายๆแบบเอาอะไรก็ได้ขอให้เป็นผลประโยชน์เฉพาะหน้า

“คนพวกนี้จึงน่าอับอายเพราะเป็นพวกปากประชาธิปไตยแต่ใจยืนข้างเผด็จการ ดังนั้น ประชาชนต้องลงโทษให้บทเรียนอย่างสาสม”

เท่ากับสะท้อน “จุดยืน” อันมาจาก “พรรคเพื่อไทย”
เท่ากับสะท้อน “จุดยืน” อันมาจาก “นปช.คนเสื้อแดง” ว่าคิดและเห็นอย่างไรต่อร่างรัฐธรรมนูญ
คิดและเห็นอย่างไรต่อ “ประชามติ”

การรอคอย “แถลงการณ์” จากพรรคประชาธิปัตย์ จากพรรคภูมิใจไทย จากพรรคชาติไทยพัฒนา จากพรรคชาติพัฒนา จากพรรคพลังชล จึงสำคัญและทรงความหมาย
ทรงความหมายต่อ “ประชามติ”