หน้าแรก การเมือง จาตุรนต์ ชี้ ...

จาตุรนต์ ชี้ ชงส.ว.เลือกนายกฯ แสดงความละโมบผู้มีอำนาจ ปูทางคนนอกนั่งนายกฯ

2.04.16 | 18:09 น.
แฟ้มภาพ

อ๋อย ชี้ ชง ส.ว.เลือกนายกฯ เป็นดาบสองคม แสดงความละโมบของผู้มีอำนาจ เปิดทางคนนอกนั่งนายกฯ

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.)มีมติเห็นชอบคำถามพ่วงประชามติ เรื่องให้รัฐสภาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี ส่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ว่า อาจเป็นดาบสองคม สำหรับร่างรัฐธรรมนูญ เท่ากับเป็นการเปิดเผยว่า จริงแล้วแม่น้ำ 5 สายต้องการอะไร ที่มีความเห็นต่างกันอยู่บ้าง เป็นเพียงการแบ่งบทกันเล่น แล้วสุดท้ายเปิดเผยออกมาว่า ให้คนนอกมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ทันที หลังการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นแนวความคิดที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)ไม่ยอมทำตาม เพราะเห็นว่ามีแรงต่อต้านมากเกินไป และเมื่อประเด็นคำถามพ่วงจากสปท.ส่งไปยังสนช.จะจะทำให้เห็นภาพชัดขึ้น

“การที่บอกว่าเป็นดาบสองคม เมื่อมีการเสนอโจ่งแจ้งชัดเจนกันแบบนี้ ก็อาจจะเกิดความรับไม่ได้ของคนส่วนใหญ่ เพราะว่าเรื่องนี้แสดงให้เห็นความละโมบของผู้มีอำนาจมากเกินไป ทำให้ประเทศถอยหลังมากเกินไป กลายเป็นแรงต้านมากขึ้น คือคนอาจจะไม่แยกลงประชามติเป็นสองประเด็น จะปฎิเสธก็ควบไปทั้ง 2 ประเด็น และจากการดูร่างรัฐธรรมนูญล่าสุด คนนอกมีโอกาสมาเป็นนายกฯได้แต่ต้นได้ไม่ยากอยู่แล้ว เพราะตามที่ออกแบบระบบเลือกตั้ง ไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมาก แต่เสียงจะได้ไล่เลี่ยกัน พรรคขนาดกลางทั้งหลายเป็นคนตัดสินว่า จะให้ใครเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หรืออาจตัดสินว่า จะตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ จะให้พรรคการเมืองจัดตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ หากพรรคขนาดกลางรวมใจกันไม่สนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเลย ก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้เหมือนกัน เพราะการตั้งรัฐบาลต้องใช้เสียงเกินครึ่งสภา มันก็จะเข้าประเด็นการตั้งรัฐบาลที่มีคนนอกเป็นนายกฯ ซึ่งใช้เสียง 2 ใน 3 ของสภา โอกาสที่พรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรคได้คะแนนเสียงไม่ถึงครึ่งหนึ่งของสภาก็มีมาก หมายความว่าการตั้งนายกฯคนนอก โดยเสียงของสภา 2 ใน 3 ตั้งนายกฯคนนอกก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ เขาคงไม่ต้องการเสี่ยงหรือต้องไปลุ้นให้เกิดสภาพแบบนั้น เลยเสนอประเด็นลักษณะควบแบบนี้” นายจาตุรนต์ กล่าว

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า เรื่องการลงประชามติยังดูเหมือนกฎหมายที่พูดกันในสนช.ยิ่งทำให้ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นและเป็นการลงประชามติที่ไม่มีประโยชน์อะไร คนที่มีความเห็นต่างแสดงความเห็นไม่ได้ การที่บอกห้ามชี้นำคนให้เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย นั้นก็คือการห้ามประชาชนสื่อสารกัน ซึ่งมันเป็นเรื่องขัดกับการลงประชามติอย่างร้ายแรง การลงประชามติต้องให้ประชาชนสื่อสารกันได้ จึงจะสามารถรับฟังข้อมูลข่าวสาร รับฟังความเห็นได้อย่างทั่วด้าน และการลงประชามติ จึงจะเป็นประโยชน์

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ส่วนการจัดทำหลักสูตรอบรมนักการเมืองที่มีความเห็นต่างกับรัฐบาล และ คสช.ส่งลงไป 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ส่ิงเหล่านี้ ส่งสัญญาณทำให้เห็นว่าการลงประชามติจะถูกบิดเบือน จนฝ่ายที่เห็นต่างไม่สามารถพูดอะไรไม่ได้เลย และจะเป็นอันตรายอยากมากถ้าร่างรัฐธรรมนูญผ่าประชามติ โดยผู้ที่เห็นต่างไม่ได้รับโอกาสให้แสดงความคิดเห็นแบบนี้ หลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้แล้ว แม่น้ำทั้ง 5 สายก็จะเดินหน้า ออกกฎหมายลูก ทำการปฏิรูป หรืออะไรต่างๆที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ อย่างย่ามใจ อยากทำอะไรก็ได้แล้ว ด้วยข้ออ้างประชาชนเห็นชอบลงประชามติแล้ว

Advertisement

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ดังนั้น ช่วงนั้นจะเกิดปัญหาสะสมอย่างมาก ไม่ใช่เป็นการปฏิรูป ทำให้บ้านเมืองล้าหลัง และเสียหาย เพราะทำในกระบวนการที่ไม่รับฟังความเห็นของใคร และเกิดความย่ามใจว่า ฝ่ายค้านคงไม่มีใครมากล้าค้านอีกแล้ว เมื่อทำไปสะสมปัญหามากขึ้นเรื่อย ประชาชนเห็นปัญหามากขึ้น ก็จะกลายเป็นความขัดแย้ง และคนก็จะคิดย้อนกลับมาในระหว่างการลงประชามตินั้น ประชาชนถูกปิดหูปิดตา