ปชป. ยังกั๊ก “รับ-ไม่รับ” ร่างรธน. มาร์ค จี้ รบ.บอกมาให้ชัด ไม่ผ่านเอาไงต่อ ปชช.จะได้ตัดสินใจถูก เมิน ลงใต้เข้าคอร์สปรับทัศนคติ
เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 2 เมษายน ที่พรรคประชาธิปัตย์นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป (สปท.) มีมติส่งคำถามพ่วงประชามติในประเด็นให้ ส.ว.มีอำนาจร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปีเพื่อให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)พิจารณา ว่า ทางพรรคไม่เห็นด้วย เพราะจะทำให้เสียหลักการ โดยรัฐบาลจะทำงานยาก ซึ่งการจะเป็นนายกรัฐมนตรีจะได้ รัฐบาลจะต้องได้รับเสียงสนันสนุนจากส.ส. ดังนั้น บุคคลที่มาจากการแต่งตั้ง 250 คนไม่ควรมีสิทธิที่จะลบล้างเจตนารมย์ของประชาชนที่เลือก ส.ส.เข้ามา ส่วน สนช.จะนำคำถามดังกล่าวไปถามประชาชนจริงหรือไม่ ตนเห็นว่า การหยิบประเด็นนี้ ที่มีข้อโต้แย้งมาก แม้แต่กรธ.เองก็ยังไม่รับข้อเสนอที่จะให้ ส.ว.มีอำนาจในโหวตนายกรัฐมนตรีด้วย เพราะจะก่อให้เกิดวามสับสนต่อการลงประชามตของประชาชนมากกว่า
เมื่อถามถึงกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯเผยว่า มีแผนรองรับในกรณีที่ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ แต่ยังไม่เปิดเผย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ผมก็อยากทราบเหมือนกัน หากทางคสช.และรัฐบาลมีทางออกแล้ว ทำไมถึงไม่บอกประชาชนเจ้าของประเทศให้รับรู้ จะได้ตัดสินใจอย่างถูกต้องในการลงประชามติ เพื่อเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ประเทศ ซึ่งน่าจะตรงกับสิ่งที่คสช.ต้องการ” เมื่อถามต่อว่า นายวิษณุยังระบุด้วยว่า ถ้าประชามติไม่ผ่านก็สามารถดำเนินการแผนดังกล่าวต่อได้ทันทีในวันที่ 11สิงหาคม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ก็อยากให้เปิดเผยออกมา เพราะการรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญในขณะนี้ดูเหมือนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังคงยืนยันว่า จะไม่กระทบต่อโรดแมป ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องการอยู่แล้ว” เมื่อถามว่า นายวิษณุ ระบุว่า อาจจะมีเซอร์ไพรส์ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งที่อาจมีเร็วขึ้น นายอภิสิทธิ์กล่าว่า “ผมไม่ทราบ ถ้าผมทราบคงไม่เซอร์ไพรส์ จึงต้องไปถามท่าน”
เมื่อถามอีกว่า จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันตลอดว่า ทุกคนต้องร่วมรับผิดชอบ โดยเฉพาะนักการเมือง หากประเทศเดินหน้าไม่ได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าประชาชนเป็นผู้ลงประชามติ ดังนั้นเราก็ต้องร่วมกันรับผิดชอบอยู่แล้ว แต่ขณะนี้มีปัญหาอยู่ที่ประชาชนไม่ได้ทราบทางเลือกที่ชัดเจน ถ้าสภาพยังเป็นแบบนี้ก็เป็นการตัดสินใจบนการคาดคะเน เพราะ หากยังไม่อนุญาติให้มีการรณรงค์ หรือปิดกั้นไม่ให้ข้อมูลกับประชาชนก็จะกระทบต่อเจตนารมย์ของการทำประชามติ จึงอยากให้เปิดใจกว้างโดยให้ทุกฝ่ายแสดงความเห็นแบบสุจริตต่อร่างรัฐธรรมนูญเพราะเมื่อตัดสินใจจะให้มีประชามติแล้ว เราต้องเชื่อมั่นและให้เกียรติประชาชนด้วย
“ผมเห็นด้วย ถ้าใครก่อให้ความปั่นป่วนวุ่นวาย ยุยงโดยนำความเท็จมาปลุกระดมจนกระทบต่อความมั่นคงก็จัดการได้ แต่ถ้าจะมีการแสดงความเห็นโดยสุจริตก็ต้องเปิดโอกาส แต่ก็ตัดสินใจยากอยู่ดีว่า ใครจะเป็นคนชี้ว่านี่เป็นการให้ข้อมูลโดยสุจริตหรือเป็นการชี้นำ เพราะ สปท.กับสนช.ที่ออกมาให้สัมภาษณ์เรื่องรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาถือเป็นการชี้นำให้รับหรือไม่ ดังนั้น ผมจึงคิดว่า กติกาตามร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังพิจารณากันอยู่ต้องชัดเจน และเป็นธรรม แล้วจะทำให้ประชาชนมีความมั่นใจในกระบวนการที่เกิดขึ้น ผลออกมาจะได้เป็นที่ยอมรับ จะได้ไม่มีข้อทักท้วงภายหลังอีก” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามอีกว่า ในเมื่อพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยกับร่างรัญธรรมนูญ แต่ในการชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนจะทำอย่างไร นายอภิสิทธิกล่าวว่า ขณะนี้ตนเป็นห่วงเพราะมีคนผูกเรื่องการทำประชามติ เป็นเรื่องการเมือง เช่นการไปเรียกร้องให้ คสช. ต้องรับผิดชอบหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติเป็นต้น แม้ว่าทางพรรคจะไม่เห็นด้วยกับหลายประเด็นที่เป็นสาระของร่างรัฐธรรมนูญ แต่การตัดสินใจของประชาชนและพรรคก็จะอยู่บนการประเมินสถานการณ์ว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศเดินหน้าได้อย่างดีที่สุด กลับสู่ระบอบประชาธิปไตย
เมื่อถามต่ออีกว่า ทางพรรคจะมีการพูดคุยอย่างเป็นทางการและจะออกแถลงไหม นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เราคงทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะ คสช. ไม่ให้มีการประชุมพรรค แต่เราจะใช้วิธีแลกเปลี่ยนพูดคุยกัน ให้คนที่เกี่ยวข้องค่อยๆประมวลความเห็น ส่วนจะออกแถลงการแบบพรรคเพื่อไทยหรือไม่นั้น เมื่อถึงเวลาจะแจ้งให้ทราบอีกที
เมื่อถามถึงกรณีที่ ผบ.ทบ.จะเปิดหลักสูตรอบรมนักการเมืองไปเข้าค่ายทหารใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นายอภิสิทธ์ กล่าวว่า “ผมไม่ประสงค์จะสมัครเข้าคอร์ส”

