หน้าแรก การเมือง เครื่องดูดฝุ่...

เครื่องดูดฝุ่นขายดี โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

27.04.18 | 12:00 น.

สินค้าที่น่าจะอาศัยจังหวะนี้โหมโฆษณาขายของมากที่สุดก็คือ เครื่องดูดฝุ่น เพราะกำลังเป็นที่กล่าวขวัญกันทั้งบ้านทั้งเมืองในเรื่องการเมืองระดับชาติเสียด้วย สามารถเอาประโยคเด็ดนี้ไปใช้ได้เลย “ผมไม่ใช่เครื่องดูดฝุ่น” เพราะนั่นเขาดูดคนกันจริงๆ ดูดอดีต ส.ส. ดูดแบบยกทีมกันเลยทีเดียว

แต่ถ้าจะใช้เครื่องดูดฝุ่นจริงๆ ต้องเครื่องดูดฝุ่นยี่ห้อนั้นยี่ห้อนี้ ก็ว่ากันไป อะไรทำนองนี้

จะว่าไปแล้ว สภาพการเมืองในยุคดูดนี้ มีมุมมองมุมหนึ่งที่น่าสนใจ

นั่นก็คือ การศึกษาท่าทีของเครือข่าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่กำลังเดินหน้าจัดตั้งพรรคการเมืองสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกฯอีกหน

ด้วยวิธีการดูดอดีตนักการเมืองให้เข้ามาร่วม

Advertisement

ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตั้งคำถามว่า นี่หรือการปฏิรูปการเมืองที่อุตส่าห์ล้มกระดานประชาธิปไตย ทำลายอำนาจการเมืองในมือประชาชนไปหมดสิ้น

ปฏิรูปมาแล้ว 4 ปี ลงเอย พรรคของ คสช.ที่เข้ามาคุมบ้านเมืองยุคปฏิรูปเอง กลับทำการเมืองแบบเดิมๆ ไม่ได้ก้าวหน้าไปไหน

ที่ไปยืนด่านักการเมืองระบบเก่ากันลั่นเวทีนกหวีด สุดท้ายก็ต้องไปขอพึ่งบริการอดีตนักการเมืองในระบบที่เคยป่าวประณาม

ที่เคยรังเกียจกันนักหนา ชนิดที่เขายุบสภาให้เลือกตั้งใหม่ก็ไม่เอา บอกว่าจะต้องปฏิรูปก่อน เพื่อให้การเมืองพ้นไปจากวงจรเดิมๆ แล้วจึงค่อยมาเลือกตั้งกัน

สุดท้ายก็เดินซ้ำรอยเดิม

จนเกิดคำถามว่า แล้วล้มประชาธิปไตย ทำให้อำนาจการเมืองของประชาชนสูญหายไป เพื่ออะไร

แต่มีบางมุมมองที่น่าสนใจ

บอกว่าสิ่งที่พรรคการเมืองซึ่งสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์กำลังทำอยู่นี้ คือการบอกให้เห็นว่า โลกแห่งความจริงคืออะไร

ที่พูดกันบนเวทีนกหวีดนั้น ไม่ใช่โลกความจริง พูดถึงที่สุด บางคนอาจไม่ได้พูดเรื่องจริงบนเวทีดังกล่าวด้วยซ้ำ

โลกความจริง การเมืองที่เป็นจริง มันก็เป็นดังที่พรรคหนุนประยุทธ์กำลังดำเนินอยู่นี่แหละ

เพราะเหล่านักการเมืองเก่าทั้งหลาย พื้นฐานก็คือ บุคคลที่มีฐานมวลชนในแต่ละพื้นที่ให้การสนับสนุนอยู่ ด้วยความรัก ความศรัทธา หรือความผูกพันอะไรหลายๆ อย่าง หลายๆ เหตุผล

เหล่า ส.ส.เก่าก็คือ บุคคลที่พิสูจน์ตัวเองแล้วว่า ได้รับการสนุนสนุนจากประชาชนจนได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง เข้ามาทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร

จะดีจะเลวอย่างไร ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามีมาตรฐานอะไรมาตัดสินคน แต่คนเหล่านี้ก็มาจากการเลือกของประชาชน

การมาจากประชาชน ต้องถือว่าเป็นอำนาจชอบธรรมที่สุด

ชอบธรรมกว่ามาจากการแต่งตั้งโดยกลุ่มอำนาจคณะเดียวอย่างแน่นอน

จริงอยู่การเมืองไทยที่ผ่านมา ยังไม่ดีพอ ยังต้องร่วมกันพัฒนาแก้ไขให้ดีขึ้น

แต่วิธียกระดับหรือจะเรียกว่าปฏิรูปก็ได้ ที่ดีที่สุดก็คือ ให้ประชาธิปไตยเดินหน้าไปเรื่อยๆ ช่วยกันสร้างความรู้ ให้ประชาชนร่วมกันเรียนรู้ แล้วร่วมกันยกระดับให้ค่อยๆ ดีขึ้นไปเรื่อยๆ จนมีมาตรฐานมากขึ้นๆ เหมือนกับประเทศที่มีประชาธิปไตยเข้มแข็งและดีงามในหลายๆ ชาติ

ไม่มีประเทศที่ประชาธิปไตยเจริญแล้วประเทศไหนหรอก ที่ใช้วิธีให้กองทัพเข้ามายึดอำนาจ แล้วให้คนหยิบมือเดียวมาลงมือปฏิรูปการเมืองให้ดีงามขึ้น โดยประชาชนส่วนใหญ่ไม่เกี่ยวข้อง เป็นไปไม่ได้

4 ปีของรัฐบาล คสช. ยุคปฏิรูปสารพัดด้านก่อนเลือกตั้ง

ลงเอยก็ต้องกลับมาหาการเมืองแบบในโลกแห่งความจริงในที่สุด