แจ้งชัดอย่างที่สุดว่า กลยุทธ์ 40,000 ล้านบาทอัน “ปล่อย” มาจากพรรคประชาธิปัตย์เป้าหมายอยู่ที่ “พรรคคสช.”
สามารถมองได้ว่า “เลื่อนลอย”
ไม่มีใครตอบได้ว่า ทำไมจึงต้องระบุจำนวนเงินให้อยู่ในกรอบ 40,000 ล้านบาท
นอกจากจะมาจาก “พรรคประชาธิปัตย์”
แต่ถ้ามองโดยองค์ประกอบและความต้องการในการระบุและพาดพิงก็จะประจักษ์ในความเป็นไปได้
หากมองจาก “ประชารัฐ” ผนวกเข้ากับ “ไทยนิยม”
ความเป็นไปได้มิได้จำกัดเพียง 40,000 ล้านบาท หากมากยิ่งกว่านั้นอย่างชนิดที่เรียกว่า “อักโขภิณี”
ตรงนี้ต่างหากที่ไม่ควรมองข้าม
ปมเงื่อนมิได้อยู่ที่ว่าประชาชนจะเชื่อหรือไม่ว่าเงินจำนวน 40,000 ล้านบาทมีบทบาทกับ “พรรคคสช.”
หากแต่อยู่ที่ว่าจะแก้ “เกม” อย่างไร
การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สั่งการผ่านฝ่ายกฎหมายให้หาทางยุติเรื่องนี้อาจเป็นกระบวนการ 1
แต่จะมี “หนทาง” อย่างเด่นแจ้งออกมาอย่างไร
หากฟังจากคำชี้แจงของ นายวัชระ เพชรทอง ซึ่งเป็นเจ้าของข่าวในเรื่องเงิน 40,000 ล้านบาทก็ต้องยอมรับว่ายากเป็นอย่างยิ่งที่จะใช้กระบวนการทางกฎหมาย
บรรดา “นักการตลาด” ทั้งหลายที่แวดล้อมอยู่โดยรอบ “พรรค คสช.” คงต้องขบคิดกันอย่างหนัก
คำถามก็คือ จะบริหาร “ความเสี่ยง” นี้อย่างไร
เผลอๆอาจมีคนแนะนำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปสาบานกับพระตามคำท้าของ นายวัชระ เพชรทอง
เท่ากับเป็นกลยุทธ์ “เกลือจิ้มเกลือ”
กระบวนท่าอันมาจาก “พรรคประชาธิปัตย์” สะท้อนให้เห็นว่า “พลังดูด” อันต่อท่อจาก “พรรคคสช.” เริ่มส่งผลสะเทือน
อย่างน้อย “พรรคประชาธิปัตย์” ก็เดือดร้อน
เพราะไม่เพียงแต่ นายสกลธี ภัททิยกุล จะไปแล้ว หากแต่ยังมีอีกหลายคนกำลังรอจังหวะเวลาอันเหมาะสม นั่นก็คือ รอสัญญาณจาก “ลุงกำนัน”
แค้นต่อ “ลุงกำนัน” จึงล้ำลึกยิ่งกว่า 40,000 ล้านบาท

