บันไดนายกฯ
‘บิ๊กตู่’ บอกไม่รังเกียจนักการเมือง เป็นนักการเมือง มากขึ้นทุกขณะ
เทียบไม่ได้กับท่าทีแข็งกร้าวตอนเข้ามาใหม่ๆ ที่แม้ไม่ถึงขั้นประกาศให้สาธารณะรับรู้ แต่คำพูดคำจา สะท้อนว่าถึงไม่ปฏิเสธจริงจัง แต่ก็ไม่ยอมรับนักการเมือง
การปรับจูนท่าที-วางสถานะใหม่ เริ่มเห็นชัดมาแต่ ต้นปี เมื่อยอมรับว่าเป็นนักการเมือง
ตามด้วยการสงวนท่าที ไม่พูดอะไรผูกมัด ปิดทางอนาคตการเมือง การกลับมาดำรงตำแหน่งนายกฯอีกครั้ง
โดยตอบคำถามต่างๆ ว่า ยังมีเวลาตัดสินใจ ไม่ว่าเรื่องถูกทาบทามดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษาพรรคการเมืองที่รัฐมนตรีในรัฐบาลอยู่เบื้องหลังก่อตั้ง รวมถึงการเข้ามา เป็นคนใน อยู่ในบัญชีเสนอชื่อชิงเก้าอี้นายกฯของพรรค การเมือง
แต่ท่าทีที่เปลี่ยนไป ก็ไม่แปลกประหลาดอะไรหรอก
เป็นเรื่องความจำเป็นในทางการเมือง ที่เข้าใจได้ด้วยซ้ำ
เนื่องจากเมื่อจะลงสนาม ไม่ว่าจะเลือกวิธีถนอมตัว ไม่ลงลุยโคลนตมการเมืองด้วยตัวเอง หรือนั่งรอบนหิ้ง
การเมืองระบบหลายพรรค เบี้ยหัวแตก มันต้องมีมิตร มีแนวร่วม เครือข่าย
อยู่โดดเดี่ยว สู้ตามลำพังไม่มีทางประสบความสำเร็จ
ยิ่งเป็นพรรคการเมืองตั้งใหม่ ไร้ฐานที่มั่น พื้นที่ยึดครองที่นั่ง ส.ส. ก็ยิ่งต้องทำงานหนักกว่าพรรคการเมืองในสารบบปัจจุบันที่พื้นฐานแข็งแกร่งกว่าหลายเท่า
พรรคใหม่ จำเป็นต้องวางเครือข่าย ขยายแนวร่วม ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
เพราะอาจเป็นหนทางเดียว ที่จะบรรลุเป้าหมายสูงสุด
ส่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถึงฝั่งฝัน นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีอีกครั้ง
เมื่อไม่อาจเอาชนะเลือกตั้ง กวาดที่นั่ง ส.ส.ได้สูงสุด มีความชอบธรรมรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลในฐานะพรรคอันดับ 1
ก็ต้องมองหาช่องทางที่คิดว่า ชอบธรรมรองๆ ลงไป
ที่เปิดกว้างให้ทำได้ตามระบบ ก็คือการจับมือนักการเมือง ผนึกพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อรวบรวมเป็นเสียงข้างมาก โหวตเลือก ‘บิ๊กตู่’ ขึ้นเป็นนายกฯ เหมือนกับที่เดินเกมอยู่ในเวลานี้
การเดินสาย ดีล-ดูด โดยขายชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ หรือแม้แต่ที่มือประสานไม่พูดตรงๆ กับกลุ่มการเมือง พรรคการเมืองที่ไปนั่งจับเข่าในต่างกรรมต่างวาระว่ามาในนามใคร แต่ได้แจ้งให้ทราบเป็นนัย ทำนองว่า ปฏิบัติการทุกอย่างที่กำลังทำอยู่นี้ นายกฯรับรู้นั้น
ในภาพใหญ่ เพื่อให้ข้างล่าง มือดีลทำงานได้ง่าย ในทิศทางเดียวกัน
บิ๊กตู่จำเป็นต้องพูด เปิดทางให้รู้กันในทีเป็นการภายใน ระหว่างกลุ่มที่ดีล เป็นพันธมิตรจับมือกันไว้แบบนี้ เพื่อให้มั่นใจ
คำว่า ‘ไม่รังเกียจนักการเมือง’
จึงมีความหมาย และเป็นคำการเมือง
ไม่รังเกียจ ที่ตีความอย่างกว้างได้ว่า พร้อมจับมือจัดตั้งรัฐบาลร่วมกันในอนาคต หลังเลือกตั้ง
โดยที่อีกทางมีพลังชลเป็นรูปธรรมตัวอย่างของความร่วมมือ มัดจำทางการเมือง
‘บิ๊กตู่’ ไม่ได้ดีแต่พูด
แต่พิสูจน์เห็นแล้วว่า ไม่รังเกียจใครก็ตาม เคยอยู่พรรคไหน ขั้วไหนมาก่อนก็ตาม
ทุกคนที่พร้อมเป็นนั่งร้าน สนับสนุนคัมแบ๊กนายกรัฐมนตรี
ไม่ว่า �สนธยา คุณปลื้ม� หรือใคร
‘บิ๊กตู่’ ยินดีต้อนรับ
เปิดเกมรุกทุกแพลตฟอร์ม ไม่สนใจว่าจะเป็นครรลองเก่าหรือไม่

