หน้าแรก การเมือง คสช.คุมเชิง ป...

คสช.คุมเชิง ประชามติ รับ-ไม่รับ รธน.ต้องผ่าน

3.04.16 | 13:10 น.

โรดแมป พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ผ่านไปอีกขั้น

ตามโรดแมปเดิม พล.อ.ประยุทธ์ต้องการให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ แล้วนำประเทศสู่การเลือกตั้ง

คืนความสุขคนไทย!

แต่ปรากฏว่า โรดแมปเดิมเกิดสะดุด เพราะสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. โหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธานตกไป

โรดแมปจึงต้องขยาย

Advertisement

คราวนี้นายมีชัยเป็นประธานยกร่างรัฐธรรมนูญ และได้ดำเนินการร่างรัฐธรรมนูญจนเสร็จสิ้น ส่งมอบให้คณะรัฐมนตรีไปเมื่อวันที่ 29 มีนาคมตามกำหนด

ต่อไปทุกอย่างจะไปโฟกัสกันที่การประชามติ

รับ-ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ

 

แม้ก่อนหน้าร่างรัฐธรรมนูญจะส่งมอบให้กับคณะรัฐมนตรี สถานการณ์การร่างรัฐธรรมนูญคล้ายกับจะปั่นป่วน

เมื่อคณะรัฐมนตรีและคณะรักษาความสงบแห่งชาติมีข้อเสนอปรับแก้ไปยังคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ

แต่นายมีชัยออกอาการ!

กระทั่งมีกระแสความขัดแย้งในแม่น้ำ 5 สายขึ้นมา

ยิ่งเมื่อ กรธ.นำข้อเสนอของ คสช.ไปดัดแปลง ดึงดันที่จะแทรกสัดส่วนที่มา ส.ว. จากการสรรหาทั้งหมดเป็นการแซมการเลือก ส.ว.ตามแบบที่ กรธ.นำเสนอด้วย

จาก ส.ว. 250 คน ให้สรรหา 200 คน อีก 50 คนให้เลือกตามที่ กรธ.กำหนด

ส่วน 6 ตำแหน่งที่จะเปิดไว้ให้ปลัดกลาโหม และ ผบ.เหล่าทัพนั้นไม่ระบุตายตัว

ยิ่งกระพือข่าวคราวความขัดแย้งให้กระจายมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม เพียงชั่วอึดใจกระแสความขัดแย้งระหว่าง กรธ. กับ คสช. ก็คลี่คลายลง เพราะหลังจาก กรธ. เปลี่ยนแปลงข้อเสนอเพียงแว้บเดียว

กรธ.ก็กลับมารับข้อเสนอ คสช. เสียแล้ว

ทั้งการแก้ไขที่มา ส.ว. ทั้งการเปิดโควต้า 6 เก้าอี้ให้ปลัดกลาโหม และ ผบ.เหล่าทัพ ทั้งกำหนดวาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี

เป็นการรับข้อเสนอภายหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประสานเสียง

ตัดแก้ไขตามที่ คสช.ร้องขอ

เวลา 13.39 น. วันที่ 29 มีนาคม นายมีชัยจึงนำร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์ออกเผยแพร่ให้สาธารณชนทราบ

ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยมีทั้งสิ้น 279 มาตรา

ตรวจสอบผลการขานรับ-ปฏิเสธ พบว่าพรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ไม่ยอมรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยทันที

เช่นเดียวกับ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ที่ให้สัมภาษณ์ว่า นปช.รับไม่ได้

แต่นอกจาก 1 พรรค และ 1 มวลชนแล้ว ที่เหลือกลับมีท่าที…รับได้

นายวัส ติงสมิตร ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ บอกว่าพอใจกับร่างรัฐธรรมนูญ เพราะทำให้ กสม.ทำงานได้คล่องตัวขึ้น

โดยเฉพาะการกำหนดให้เป็นหน้าที่ของรัฐ และยกฐานะกฎหมาย กสม.

นายยงยศ แก้วเขียว นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย ระบุว่าพอใจร่างรัฐธรรมนูญในระดับหนึ่ง

ดังนั้นกำนันผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศจะไม่เคลื่อนไหวใดๆ เพื่อคัดค้าน เพราะ กรธ.ได้บรรจุให้มีแนวทางในการพัฒนาระบบราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมาชัดเจน หากแต่ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ประเมินว่าประชามติผ่าน

เพราะประชาชนอยากเลือกตั้ง

 

ในห้วงเวลานี้ก่อนจะถึงวันที่ 7 สิงหาคม ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เสนอให้ทำประชามติ กลเกมการเมืองต่างๆ อาจมีการพลิกไปพลิกมา

นับตั้งแต่ท่าทีของขั้วอำนาจ “คนกันเอง” ที่ต้องตรวจสอบการใช้และการคานอำนาจอย่างใกล้ชิด

ความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยและ นปช. ที่ตั้งธงเอาไว้แล้วว่า จะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้

รวมไปถึงประสิทธิภาพของ กกต. ในฐานะเจ้าภาพจัดประชามติว่า สามารถมีกลยุทธ์ใดจะทำให้คนออกมาใช้สิทธิกันมากได้

ทั้งนี้ เพราะมิใช่มีเพียงแค่ “เสียงข้างมาก” แล้วจะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติไปเท่านั้น

“เสียงข้างมาก” ที่จะผ่านประชามตินั้น ต้องเป็นเสียงข้างมากที่โหวตแล้วสง่างาม

“เสียงข้างมาก” ที่จะสง่างามได้ ต้องเป็นเสียงข้างมากในจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิโหวตประชามติจำนวนมาก

ดังเช่นการคาดการณ์ของ นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. ที่เห็นว่าน่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิโหวตประชามติ 85 เปอร์เซ็นต์

หากผลการโหวต “เสียงข้างมาก” จาก 85 เปอร์เซ็นต์ของผู้มาใช้สิทธิยอมรับร่างรัฐธรรมนูญ …

เช่นนี้เสียงข้างมากย่อมมีศักดิ์และสิทธิ

แต่ถ้าผลการโหวต “เสียงข้างมาก” จากผู้มาใช้สิทธิที่น้อยมาก

เช่นนี้แม้จะเป็นเสียงข้างมากก็ย่อมสร้างความเคลือบแคลงในภายหลัง

ดังนั้น กกต.จึงต้องรับภาระนี้

 

อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครรู้ว่าประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศนั้นคิดเช่นไร ผลการลงประชามติจึงต้องรอวันที่ 7 สิงหาคม

เพียงแต่ผลจากการทำประชามติครั้งนี้ ย่อมมีผลกระทบต่อ คสช. มากกว่าการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายบวรศักดิ์

เพราะหากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยไม่ผ่าน พล.อ.ประยุทธ์ต้องรับภาระแก้ไขสถานการณ์

ร่างรัฐธรรมนูญฉบับต่อไปอาจต้องใช้วิธีประกาศออกมาด้วยอำนาจของ คสช. ซึ่งคงได้รับการยอมรับจากต่างชาติน้อยกว่าการทำประชามติ

ขณะที่สภาพเศรษฐกิจไทยยังอยู่ที่ก้นของตัวยู ขณะที่สถานการณ์อื่นๆ แลดูเครียดขึงขึ้น

ทางออกที่ดีที่สุดในสถานการณ์เช่นนี้ คือการนำประเทศไทยสู่การเลือกตั้งให้ได้

การยืนยันโรดแมป พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อให้มีการเลือกตั้งในปี 2560 จึงสำคัญ

การทำให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยผ่านความเห็นชอบจากการโหวตประชามติจึงสำคัญมาก

วันนี้หลายคำสั่งของ คสช. จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อการนี้

นั่นคือ ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ…ต้องผ่าน