รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต คณบดีคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ โพสต์ข้อความทางเฟสบุ๊กแฟนเพจ แสดงความเห็นสถานการณ์ทางการเมือง โดยเฉพุาะประเด็นที่นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าการดูดนักการเมือง ก็เป็นครรลองปกติในการเมืองแบบประชาธิปไตย โดยระบุว่า
#การดูดเป็นครรลองประชาธิปไตยที่ล้าหลังและด้อยพัฒนา
พลเอกประยุทธ์ พูดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาความตอนหนึ่งว่า
“การดูดมีเป็นมายาวนานแล้ว ไม่ใช่มาบอกแต่ คสช. ดูด ผมก็ยังอยู่ตรงนี้ ผมก็เป็นรัฐบาล ผมก็อยู่ตรงกลางตรงนี้ ที่ต้องอำนวยการให้เกิดการเลือกตั้งให้ได้ เป็นหน้าที่ของผมในขณะนี้ ฉะนั้นการดูดกันก็มีทุกพรรคการเมืองมายาวนานแล้ว เป็นครรลองของประชาธิปไตยของไทยตลอดมา”
๑. เป็นความจริงที่ว่าการดูดเป็นวิถีของพรรคการเมืองบางพรรคในสังคมไทย พรรคประเภทนี้มักเป็นพรรคที่จัดตั้งขึ้นมาใหม่ มีเป้าหมายทางการเมืองเพื่อที่จะได้เป็นรัฐบาล เป็นพรรคที่มีทุนหนา และ/หรือ มีอำนาจรัฐสนับสนุนอยู่ด้วยในขณะที่มีการดูด
๒. การดูดที่เกิดขึ้น หมายถึงการที่พรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่งมีพลังในการทำให้นักการเมืองอื่นๆย้ายพรรคหรือยุบพรรคไปรวมกับพรรคนั้น ซึ่งสะท้อนภาวะด้อยพัฒนาของระบบพรรคการเมืองไทย และระบอบประชาธิปไตย เพราะบ่งถึงภาวะที่นักการเมืองไร้อุดมการณ์และจุดยืนทางการเมืองที่มั่นคง ไร้อุดมการณ์ทั้งคนดูดและคนถูกดูด
คนดูดก็สักแต่ว่าทำให้พรรคที่จัดตั้งขึ้นมามีส.ส.มากที่สุดเพื่อจะได้เป็นพรรคจัดตั้งรัฐบาล ส่วนคนถูกดูดก็พอๆกัน คือหวังแต่ผลประโยชน์ และอำนาจเป็นหลัก โดยก่อนการเลือกตั้งหวังว่าจะได้รับเงินทุนสนับสนุนการเลือกตั้ง และหลังเลือกตั้งก็หวังว่าจะได้รับตำแหน่งในรัฐบาล
๓. หากการดูดเป็นครรลองของประชาธิปไตยไทย ก็หมายถึงว่า ระบอบประชาธิปไตยไทยด้อยพัฒนาและล้าหลัง ดังนั้นการที่คนพูดซึ่งพูดอยู่ตลอดเวลาว่าจะปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปการเมือง มาพูดในลักษณะที่สร้างความชอบธรรมแก่การดูดย่อมเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง และทำให้น้ำหนักของการปฏิรูปประเทศหายไปจนแทบจะหมดสิ้น
๔. หากคิดจะปฏิรูปการเมืองและประเทศ จะต้องไม่ทำตามแบบแผนการเมืองเดิมที่ล้าหลังและเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย แต่จะต้องทำในสิ่งที่สอดคล้องกับวิถีที่ถูกต้องชอบธรรมของระบอบประชาธิปไตย นั่นคือหากคิดจะจัดตั้งพรรคการเมือง ก็ต้องเริ่มจากอุดมการณ์และหลักการเชิงคุณธรรมทางการเมือง และมีกระบวนการจัดตั้งพรรคการเมืองตามแนวทางของระบอบประชาธิปไตยที่เป็นสากลอย่างแท้จริง ให้คนเข้ามาร่วมพรรคด้วยการที่มีอุดมการณ์ร่วมกันและเป็นไปโดยสมัครใจ มากกว่าหยิบยื่นผลประโยชน์และตำแหน่งต่างตอบแทน เพื่อดูดอดีต ส.ส.ให้มาเข้าพรรคที่ตนเองหรือผู้สนับสนุนจัดตั้ง
๕ หากทำไม่ได้ ก็ควรเลิกอ้างเรื่องการปฏิรูปการเมืองและปฏิรูปประเทศเสียเถอะ เพราะสิ่งที่พูดออกมากับสิ่งที่คิด เชื่อ และทำจริงๆนั้นมันคนละอย่างกันอย่างสิ้นเชิง และยิ่งอ้างไปก็ยิ่งทำให้ดูไม่จริงใจมากยิ่งขึ้น

