อดีตส.ส.อีสาน “หัวเขียง” โต้ “บิ๊กตู่” บอกดูดส.ส.ตอนนี้ไม่ใช่เรื่องปกติ เพราะรธน.-กม.ต่างจากอดีต ชี้ การเมืองถอยหลังลงคลองไม่ต่ำกว่า 50 ปี แฉต่อ พลังดูดส.ส.อีสานพท. ใช้วิธีต่อสาย-ไม่พูดเอง เผย คดีพ.ร.บ.นิรโทษยังอยู่ในชั้นป.ป.ช. แต่ส.ส.ขวัญอ่อน ย่อมกลัวเป็นธรรมดา ยัน ตนยังอยู่เพื่อไทย
เมื่อวันที่ 29 เมษายน นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทรราษฎร(ส.ส.)จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย(พท.) แกนนำ ส.ส.ภาคอีสาน กล่าวถึงกรณีการดึงตัวส.ส.ภาคอีสานของพรรคเพื่อไทย โดยมีเรื่องธุรกิจและเรื่องคดีความ เช่น พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)นิรโทษกรรม มาเป็นเงื่อนไขในการพูดคุย ว่า “เขาตัดตอนในเรื่องการพูดคุย แทนที่จะพูดเองก็ต่อสายไปยังอีกสายหนึ่งเพื่อตัดตอนตัวเองออกไป นาย ก นาย ข มีเพื่อน ก็ให้เพื่อนเป็นคนพูดต่อ เขาวางไว้ว่าถ้ามาอยู่กับเขา ทุกสิ่งทุกอย่างจะดีขึ้น ทั้งด้านการเงิน ทั้งด้านคดีความ ในกรณีของคนที่มีคดีความ ถ้าเขาจะดิ้นรนก็ว่าเขาไม่ได้ เพราะเขาต้องการรอดจากคดีความ ”
เมื่อถามว่า หากมีการยื่นข้อเสนอโดยแลกกับช่วยเหลือด้านคดีความ ถือเป็นการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ นายประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นการแทรกแซงที่นับถอยหลังการเมืองที่เกิดขึ้นในอดีต ตนเคยเจอเรื่องแบบนี้เมื่อหลายสิบปีมาแล้ว และเพิ่งมาเจออีกครั้งในตอนนี้ อย่างไรก็ดี มั่นใจว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทยในภาคอีสานที่จะเดินออกไปจริงๆนั้นไม่มี ยกเว้นกรณีที่เขตเลือกตั้งมีจำนวนลดลงจาก 375 เหลือ 350 เขต ดังนั้น จังหวัดในภาคอีสานที่มีเขตเลือกตั้งลดลง ย่อมมีคนที่ไม่ได้ลงรับสมัครเลือกตั้ง สำหรับนักการเมืองอาชีพที่เข้าสายเลือดแล้ว เขาจำเป็นต้องลงเลือกตั้ง เมื่อพรรคเพื่อไทยไม่สามารถให้เขาลงได้ เขาก็ต้องไปพรรคอื่น เป็นเรื่องธรรมดา คิดว่าไม่เกิน 5 เปอร์เซนต์ ประมาณ 5-6 คนที่จะลดลง
เมื่อถามว่า มีการเสนอจำนวนเงินที่ลดหลั่นกันอย่างไรในการดึง ส.ส.แต่ละคน นายประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องเงินเป็นเรื่องรอง แต่ยืนยันได้ว่ามี อย่างไรก็ดี ไม่ได้หมายความว่าจะใช้เรื่องเงินนำหน้า แต่ปัจจัยที่บีบคั้นค่อนข้างมากคือเรื่องคดีความ ซึ่งในความเห็นของตน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมคงไม่ใช่กฎหมายที่ต้องมาต่อรอง ไม่ค่อยรู้สึกกังวล เพราะขณะนี้อยู่ในระหว่างกระบวนการของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ซึ่งอนุกรรมการป.ป.ช.ยังไม่สรุปเรื่องเพื่อเสนอให้คณะใหญ่พิจารณา แต่สำหรับคนขวัญอ่อนที่คิดไม่รอบคอบก็อาจมีความกังวลเป็นธรรมดา
“คนขวัญอ่อน คนที่เข้าใจข้อกฎหมายไม่ชัดเจน ก็ใจไม่สบาย เพราะรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 224(4)ก็มีเรื่องระงับสิทธิ ตรงนั้นคือตัวอำมหิตที่สุด เพราะถ้าเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งจะไม่บริสุทธิ์ ก็สามารถจะระงับสิทธิก่อนสมัครรับเลือกตั้งและก่อนเลือกตั้งได้ พวกเราก็ปลอบใจว่าให้อดทนหน่อย เราก็ช่วยกันทั้งในข้อกฎหมายและคำปรึกษาในข้อเท็จจริงแต่ละพื้นที่ ซึ่งมันมีสิ่งที่บีบคั้นกันอยู่มากพอสมควร” นายประยุทธ์กล่าว
นายประยุทธ์ยังกล่าวถึงการปฏิรูปการเมืองว่า ตนรู้สึกว้าเหว่ เพราะคาดหวังให้มีการปฏิรูปการเมือง แต่เมื่อถึงขั้นนี้แล้วกลับไม่ใช่ ไล่มาตั้งแต่รัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ล้วนถอยหลังลงคลองไม่น้อยกว่า 40-50 ปี ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ให้ความเห็นว่าการดูด ส.ส.อาจเป็นเรื่องปกติและเป็นครรลองของประชาธิปไตยไทย นายประยุทธ์กล่าวว่า “ไม่ปกติหรอก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตมันพัฒนาตัวเอง การเมืองพัฒนาตัวเองตามพื้นฐานความจำเป็นของแต่ละห้วงเวลา เพราะฐานของรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะนั้นมันแตกต่างกัน”
เมื่อถามว่า มองว่าถ้าอดีตส.ส.อีสานของพรรคเพื่อไทยย้ายออกจากเพื่อไทยไปสังกัดพรรคการเมืองอื่นจริงๆ จะได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนหรือไม่ นายประยุทธ์กล่าวว่า อาจมีการสวนกระแส แต่ไมได้หมายความว่าทุกคน สิ่งที่เกิดขึ้นมันจำเพาะเจาะจงคนใดคนหนึ่ง มันก็น่าเห็นใจเขาอยู่ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ทุกคน ไม่ใช่ว่าจะแพ้ทุกคน และไม่ใช่ว่าจะไปทุกคน ถึงแม้จะถูกกดดันเพียงใด เพราะคนที่มีความอดทนสูงก็ต้องอยู่ ในส่วนตน ยังยืนยันว่าจะอยู่กับพรรคเพื่อไทยและไม่มีเหตุจะต้องออก

