“ประวิตร” ผุดไอเดีย ทำคู่มือควบคุมม็อบ ป้องกันกระทบกระทั่ง-ละเมิดสิทธิ ยันได้มาตรฐานสากล

30.04.18 | 13:12 น.

เมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่กระทรวงกลาโหม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมสภากลาโหม ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน ว่า พล.อ.ประวิตรมอบหมายให้ กองทัพบก โดย พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จัดทำคู่มือใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานของเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมาย หรือคำสั่งของ คสช.ให้เป็นไปตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ซึ่งการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานต้องมีขั้นตอนการปฏิบัติตามขอบเขตอำนาจหน้าที่ และกำหนดแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมกับประชาชนมุ่งเน้นการปฏิบัติจากเบาไปหาหนัก โดยชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน ทั้งนี้การปฏิบัติต้องเป็นไปตามหลักกฎหมายและไม่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน พร้อมทั้งให้ประสานงานร่วมกับกระทรวงยุติธรรมอย่างใกล้ชิดในการจัดทำแนวทางปฏิบัติดังกล่าว


เมื่อถามว่า การชุมนุมกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ในวันที่ 5 พฤษภาคม พล.ท.คงชีพกล่าวว่า จะปฏิบัติเหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา โดยดำเนินการตามกรอบกฎหมาย

เมื่อถามย้ำว่า คู่มือดังกล่าวจะแล้วเสร็จเมื่อไหร่ พล.ท.คงชีพกล่าวว่า จะทำโดยเร็วที่สุด ให้ประสานกับกระทรวงยุติธรรมเพื่อให้เป็นไปตามกรอบของกฎหมาย

“คู่มือดังกล่าวป้องกันเรื่องการกระทบกระทั่งระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุม เจ้าหน้าที่จะต้องมีความเข้าใจในขอบเขตของกฎหมายระหว่างเจ้าหน้าที่ในฐานะผู้ปฏิบัติ และประชาชนต้องเข้าใจกรอบกฎหมาย รวมถึงหลักสิทธิมนุษยชนจะต้องไม่ก้าวล่วง จึงเป็นเรื่องที่นายกให้ความห่วงใยกับการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารในฐานะผู้ช่วยเจ้าพนักงาน และคู่มือดังกล่าวก็จะทำให้เจ้าหน้าที่ในระดับพื้นที่มีความเข้าใจถึงขั้นตอนในการปฏิบัติ และต้องอธิบายให้ประชาชนเข้าใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ด้วย จากเบาไปหาหนัก เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนในอดีต เช่นการ บาดเจ็บ ก้าวล่วงสิทธิมนุษยชน ความไม่เข้าใจกฎหมายระหว่างกัน ” พล.ท.คงชีพกล่าว

Advertisement

โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าวอีกว่า หากผู้ชุมนุมไม่ให้ความร่วมมือทำตามคู่มือดังกล่าว ตนคิดว่าเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ดำเนินการ เพราะจะมีขั้นตอนปฏิบัติอยู่แล้ว ซึ่งสถานการณ์จะพัฒนาไป จากเบา เช่น แจ้งเตือน ฉีดน้ำ หรือมาตรการอื่นๆ ตามลำดับ ส่วนที่กังวลจะเกิดการกระทบกระทั่งนั้น ยืนยันการปฏิบัติดังกล่าวเป็นมาตรฐานสากลทุกประเทศดำเนินการ