การเมืองเรื่อง “การดูด”ที่เริ่มขึ้นเมื่อเดือนเมษายน คล้ายกับว่าทาง ด้านของ “พรรคคสช.” เป็นฝ่ายรุก เป็นฝ่ายกระทำ
เห็นจากกรณี นายสกลธี ภัททิยกุล
เห็นจากกรณี นายสนธยา คุณปลื้ม และ นายอิทธิพล คุณปลื้ม
เด่นชัดว่า “พลังดูด” ออกมาจาก”ทำเนียบรัฐบาล”
จึงมีความจำเป็นที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องออกมารับรองเหตุผลและความชอบธรรมผ่านรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน”ว่า
“การดูด” เป็นครรลองของประชาธิปไตย”ไทยนิยม”
แต่ถามว่านอกจาก 2-3 รายนี้แล้วมีอะไรคืบหน้าบ้าง นอกจากกระแส “ข่าวลือ”
ประเด็นสำคัญเป็นอย่างมากก็คือ เบื้องหลัง”การดูด”ล้วนดำเนินไปบนฐานแห่ง “ผลประโยชน์”
อย่างที่เรียกว่า “ต่างตอบแทน”
ไม่ว่ากรณีของ นายสกลธี ภัททิยกุล ไม่ว่ากรณีของ นายสนธ ยา คุณปลื้ม นายอิทธิพล คุณปลื้ม ล้วนมีความแจ่มชัด ณ เบื้อง หน้าสังคม
ได้ “ตำแหน่ง” อะไรในทาง “การเมือง”
ได้ “ประโยชน์” อะไรที่ยังไม่มีการเปิดเผยในด้านของครอบครัวของแต่ละคน
ตรงนี้ต่างหากที่สะท้อนทิศทางของ”คสช.”
แต่คำถามที่ตามมาก็คือ การต่อรองเหล่านี้เป็นไปด้วยความ ราบรื่นหรือไม่ เพราะแม้กระทั่งกระบวนการกับ”ตระกูลสะสมทรัพย์” ก็ยังไม่ลงตัว
ทั้งนี้ แทบไม่ต้องพูดถึงการหยั่งเชิงระหว่าง “พรรคคสช.” กับ พรรคการเมืองอันเป็นเป้าหมายว่าสลับซับซ้อนแค่ไหน
หากยังไม่มีการยุบพรรคก็เท่ากับว่า “การดีล” ยังไม่ราบรื่นเหมือนยืนอยู่บนเนินเขา
ตราบใดที่”วันเลือกตั้ง”ยังไม่มีความแจ่มชัด ตราบนั้นคำมั่นสัญญาก็สามารถแปรเปลี่ยนได้ต้องผ่าน”ด่าน”การเมืองอีกมาก
ปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งยวดยังเป็น คะแนนและความนิยมยังดีอยู่หรือไม่ แค่ไหน เพียงใด
นี่คือ ดัชนีชี้วัดความสำเร็จหรือความล้มเหลว

