
⦁…สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิง
นายไพโรจน์ ล่ำซำ ม.ว.ม.,ป.ช.,ท.จ. ณ เมรุหลวงพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร วันอาทิตย์ที่ 13 พฤษภาคม 2561 เวลา 15.00 น. ยังความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อ ท่านผู้หญิงอรสา ล่ำซำ-กฤษฎา ล่ำซำ-พงศกร ล่ำซำ และครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้ โดยจะมีพิธีสวดพระอภิธรรม ในวันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม 2561 เวลา 19.00 น. ณ ศาลาร้อยปี ปิยมหาราชอนุสรณ์ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
⦁…ประกาศแล้วต้องทำ ไม่ชอบโกงต้องปราบโกง รายการทุจริตใจร้ายใจดำเขมือบเงิน “ผู้ด้อยโอกาส-เด็กนักเรียน” คือทุจริตเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง ทุจริตเงิน “กองทุนเสมา” สำหรับนักเรียนยากจน ตอนนี้คืบหน้าไปพอสมควร ตอนนี้เรียก “แบงก์กรุงไทย” มาขอข้อมูลการโอนเงิน หลังจากมีข่าวไม่ค่อยน่าสบายหู จนต้องออกแถลงการณ์มายืนยัน “จุดยืน”
⦁…เหมือนจะชักดาบกันเนียนๆ “กองทุน กยศ.” กู้เงินไปเรียนแล้วไม่ยอมใช้ 2.1 ล้านราย หนี้ค้าง 6.8 หมื่นล้าน ขนาดมีงานมีการทำกันแล้วก็ยังตีลูกซึม เป็นข้าราชการ 2 แสนคน พนักงานบริษัทเอกชนอีก 1.7 ล้านคน ตอนนี้ใช้รัฐไทยใช้ระบบออนไลน์ มี “บิ๊กดาต้า” ในมือ ต้องเรียกคืนได้แล้ว ตอนนี้ประกาศเอาจริง จะนำร่องกับลูกหนี้ที่เป็น “ข้าราชการกรมบัญชีกลาง” ก่อน
⦁…บ้านพักศาลอุทธรณ์ภาค 5 เชิงดอยสุเทพยังคาราคาซัง ว่าจะ “ออก” ประตูไหนถึงจะเหมาะเจาะ แรงสุดคือ “รื้อทิ้ง” ตามความเห็นผู้คัดค้าน หรือ “ปรับเปลี่ยน” การใช้ประโยชน์ที่รัฐบาลพยายามผลักดัน งานนี้ “ฝ่ายบริหาร” จะต้องรีบดำเนินการ ไหนๆ ตุลาการท่านให้รัฐบาลทำหน้าที่นี้แล้ว เพราะยิ่งช้า ยิ่งบานปลาย ไปกระทบกระทั่งต่อบรรดา “ผู้พิพากษา” ที่ไม่เคยตกเป็นเป้าของสังคมขนาดนี้มาก่อน
⦁…ถ้าดูตามข้อเท็จจริง ต้องเข้าใจด้วยว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาระหว่าง “ผู้พิพากษา-ตุลาการ” กับใคร เพราะ “ผู้พิพากษา-ตุลาการ” ไม่ได้รู้เรื่องด้วย ทั้งหลายทั้งปวง โดยเฉพาะ “ที่ดิน-งบประมาณ” มาจากฝ่ายบริหาร ซึ่งทำหน้าที่ “พิจารณา-อนุมัติ” จะว่าไป ศาลท่านอยู่ปลายทาง ดังนั้นที่ “มอบคืน” ให้ฝ่ายบริหารไปจัดการแก้ไขนั้นถูกต้องแล้ว
⦁…ก็อย่างที่พลิกกฎหมาย เปิดขั้นตอนกันแล้ว “กฎหมาย” ไม่ใช่ปัญหา เพราะศาลคงไม่ยอมทำผิดกฎหมายเองอยู่แล้ว แต่การคัดค้านเป็นเรื่องของ “ความรู้สึก” ของคนเชียงใหม่ ด้วยความเป็น “ดอยสุเทพ” ที่มีตำนานและมีสถานะแตกต่างจากภูดอยทั่วๆ ไป รวมถึง “ความเหมาะสม” ต่อ “สถานะ” ของตุลาการ ซึ่งคนในวงการศาลเองบางส่วนก็รู้สึกว่า ที่ทางแบบนั้น ไม่ค่อยเข้ากับความเป็น “ตุลาการ” สักเท่าไหร่ !!
⦁…ส่วนที่รัฐบาลประกาศแข็งขันจะไปฟื้นป่านั้น โดย “หลักการ” แล้วใช่แน่นอน แต่ถ้ายังมี “คฤหาสน์” ไปตั้งเด่นตระหง่านอยู่หลายๆ หลัง จะเรียกเป็น “ป่า” ได้ยังไง ถึงวันนี้ รัฐบาลต้องเข้มงวดกับภาคราชการในการใช้พื้นที่ ซึ่งอาจไม่ใช่ที่ป่าแต่ถ้าใช้แล้วส่งผล “คุกคาม” ต่อพื้นที่ป่า ก็จะต้องหลีกเลี่ยง ไม่งั้นนโยบายสงวนรักษาทรัพยากรที่ท่องกันคล่องปาก ก็จะเป็นแค่ “น้ำยาบ้วนปาก” เท่านั้นเอง
⦁…การเมืองเรื่อง(จะ) “เลือกตั้ง” ตอนนี้ เข้าสู่ห้วงเวลาของการ “เปิดหน้า-สาวหมัด” ใส่กันแบบไม่กลัวเป็นข่าวแล้ว เห็นได้จากการตอบโต้ปัญหาดูด-ไม่ดูด ระหว่าง สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์-สมคิด จาตุศรีพิทักษ์-อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะที่ “เพื่อไทย” กับ “ปชป.” เป็น 2 พรรคใหญ่ ที่รับผลกระทบ อดีต ส.ส.ไม่ยอมมาเช็กชื่อหลายราย นี่ยังไม่นับกรณีชื่อสมาชิกพรรคหล่นหายอีก 2 ล้านกว่า ด้วยผลของประกาศ 53/2560
⦁…ขณะที่ “พรรคพลังประชารัฐ” และ “ขุุนพล” ของทางรัฐบาลและ คสช. เดินเครื่องจักร “เสียงดังกระหึ่ม” สร้างแรงกระเพื่อมในวงการเมือง หลายกลุ่ม ส.ส.หูผึ่ง รอฟังข่าวว่าหากไปเข้ากับ “ขั้วอำนาจ” แล้วจะเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ต้องจับตาต่อไป เพราะพรรคนี้เล็งเป้าที่ “คนรุ่นใหม่” ผสมผสานกับ “คนเก่า” ตามทฤษฎีแมวของ “บิ๊กตู่” ผสม “บิ๊กเติ้งเสี่ยวผิง” นั่นคือ “แมวขาว-แมวดำ-แมวหนุ่ม-แมวแก่” ถ้า “สะอาด” และ “จับหนู” ได้ ก็ถือเป็นแมวดีทั้งสิ้น
กาแฟป่า








