09.00 INDEX บทเรียน และ ประสบการณ์ร่วม บทเรียน จาก “ดอยสุเทพ โมเดล”

7.05.18 | 07:51 น.

บทสรุปจากกรณี “ทวงคืนผืนป่าดอยสุเทพ”ดำเนินไปอย่างที่ชอบ

เรียกกันว่า “วิน วิน”

ไม่เพียงแต่รัฐบาลจะออกมาประกาศ “คืนผืนป่า”

หากในขณะเดียวกัน ทางเครือข่ายที่เรียกร้องและยืนหยัดต่อ สู้ก็ได้ตามความปรารถนา

รัฐบาลก็สามารถปลดภาระ ปลดปัญหา

Advertisement

ที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เคยออกมากล่าวก่อนหน้านี้ว่า กรณีขัดแย้งนี้จะจบลงอย่างสวยงาม สะท้อนให้เห็นว่าทาง คสช.และรัฐบาลตระหนักรู้อยู่เป็นอย่างดี

ต้องชมทางด้าน “เครือข่าย” ที่พร้อมยอมรับและออกมาขอบ คุณในการตัดสินใจของรัฐบาล

ขิงที่เคย “รา” ข่าที่เคย “แรง” ก็คืนสู่ความเป็นปกติ

ถึงแม้ทางฝ่ายของ “ภาคีเครือข่ายทวงคืนผืนป่า” จะประกาศย้ำจุดยืนเครือข่ายอย่างหนักแน่น จริงจังว่า

ไม่เกี่ยวกับ “การเมือง”

แต่นั่นก็เสมอเป็นเพียง “กลยุทธ์” เพื่อสลายสีและเป้าหมายในทางการเมืองให้อยู่ในประเด็นของการอนุรักษ์ป่า ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

จาก “กลยุทธ์” นี้เอง ที่สามารถดึงภาคีและเครือข่ายเข้ามาร่วมได้มากกว่า 50 เครือข่าย ทำให้พลังกระจายได้กว้างขวาง ลึกซึ้ง

ผลก็คือ ภายในภาคีและเครือข่ายระดมคนเข้ามาทั้งๆ ที่หลายคนก่อนหน้านี้เคยยืนอยู่คนละฟากฝ่ายในทางการเมือง แต่ที่มาอยู่ด้วยกันก็เพราะเป้าหมาย “ร่วม”

นั่นก็ด้วยเห็นว่า การรุกเข้าไปในอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม

จึงมีความจำเป็นต้อง “ทวงคืนผืนป่า”

ไม่ว่าภาคี เครือข่าย จะต้องการหรือไม่ต้องการต่อ “การเมือง” แต่ในที่สุดเรื่องนี้ก็เข้าสู่พรมแดนในทางการเมือง

การยื้อจาก “ภาครัฐ” นั่นแหละคือ การเมืองที่เป็นจริง

ขณะเดียวกัน การยืนหยัดในเป้าหมาย “ร่วม” อย่างเข้มแข็งและมั่นคงของภาคี เครือข่าย ก็ร้อยรัดเอาไว้ด้วยลักษณะอันเป็น “การเมือง” โดยอัตโนมัติ

เรื่องอย่างนี้ ทำคนเดียว ไม่ได้จำเป็นต้องประสานร่วมมือกันอย่างเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว