สุรินทร์เล่นใหญ่ จัดช้างแฝดคู่แรกของโลกรับ “บิ๊กตู่” ขรก.-ปชช. 4 พันคนต้อนรับ-“บิ๊กตู่” หยอด ส่งใจให้ทุกคน ขอชาวบ้านเคารพกฎหมายเหมือนที่ตนเคารพ ยันไม่ได้ลงพื้นที่เพราะการเมือง
ต่อมาเวลา 11.00 น. วันที่ 7 พฤษภาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี (ครม.) อาทิ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถึงหมู่บ้านทอผ้าไหมยกทองโบราณ ต.ท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์ โดยมีข้าราชการ ประชาชน และนักเรียนรอให้การต้อนรับประมาณ 4,000 คน ทั้งนี้ ทางจังหวัดโดยนายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ และนายกิติเมศวร์ รุ่งธนิเกียรติ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สุรินทร์ ได้นำช้างไทยแฝดเพศผู้คู่แรกของโลก อายุ 8 ปี ชื่อทองคำกับทองแท่ง มาต้อนรับ โดยให้ช้างนำกระเช้าดอกไม้ให้กับนายกฯ ซึ่งนายกฯได้ให้กล้วยน้ำว้า ข้าวโพด และแตงกวาเป็นอาหาร ก่อนจะยืนชมการแสดงใช้งวงควงฮูลาฮูปของช้างแฝด หลังจากนั้นจึงเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์บ้านท่าสว่างและการจัดแสดงสินค้าโอท็อป โดยนายกฯได้ชมการทอผ้าไหม ซึ่งหมู่บ้านนี้ได้อนุรักษ์ศิลปะการทอผ้าไหมดั้งเดิมและได้รับเลือกให้เป็นผู้ผลิตผ้าไหมที่ระลึกให้กับผู้นำต่างประเทศที่ไทยเป็นเจ้าภาพในการประชุมเอเปกปี 2003 ทั้งนี้ นายกฯ ได้ร่วมตีกลองพร้อมฟ้อนรำกับชาวบ้าน และยังทดลองสีข้าวและตำข้าวด้วยมือ พร้อมลงชื่อและเขียนข้อความเป็นที่ระลึกลงบนผ้าไหมพื้นเมืองว่า “ด้วยรักและห่วงใย” และได้ชิมข้าวพันธุ์ต่างๆ ของ จ.สุรินทร์ อาทิ ข้าวดอกมะลิ 105 ข้าวปกาอำปึล ข้าว 10 พันธ์ุ และข้าวเหนียวดำ
จากนั้นนายกฯได้กล่าวกับชาวบ้าน พร้อมร่วมจัดรายการวิทยุสำนักงานพัฒนาภาค 5 ว่า วันนี้ร้อนนะ แต่ร้อนด้วยเสื้อผ้า แต่มาที่นี่แล้วอบอุ่นใจเพราะมาเจอพวกเรา รัฐบาลทำเพื่อพวกเรา หากวันหน้าใครมาก็มาทำต่อ เราจะเริ่มให้ดีที่สุด อย่าไปคิดอะไรที่มันง่ายเกินไป เพราะเดี๋ยวก็ล้มเหลว และไม่ต่อเนื่อง ตนคิดถึงทุกคน ตนต้องส่งใจให้คนทั้ง 70 ล้านคน อย่างที่จ.สุรินทร์ มีคน 1.4 ล้านคน รัฐบาลต้องทำให้ทุกคนที่นี่มีรายได้ จะให้เอาเงินไปแจกคนละพันคงไม่ได้ เพราะเดี๋ยวก็หมด เราต้องไปสร้างเครือข่าย และทุกคนต้องปรับตัวเองและนึกถึงอนาคตของลูกหลาน โดยให้ความสำคัญกับการศึกษา ยิ่งในวันนี้ที่ประเทศไทยมีโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ทำให้มีความต้องการช่างเทคนิคและวิศวกรเป็นจำนวนมาก
“ปัญหาของเราคือกลุ่มย่อยๆ มีปัญหา ถ้าเราควบคุมตลาด สร้างวงจรตลาด จะได้แข่งขันกับพ่อค้าคนกลางได้ ถ้าเราคิด เรียนรู้ เราจะได้ผลกำไร วันนี้อยากให้คนเรียนรู้ค้าขายออนไลน์ ถ้าเรายังแข่งขันกับใครไม่ได้ก็ขายในประเทศผ่านออนไลน์ก่อน อย่างข้าวกินกันทั้งโลก แต่บางทีไม่ได้กินข้าวแบบเรา แล้วปลูกเยอะ ปลูกอะไรก็ต้องดูว่าอะไรราคาดี หากปลูกมากเกินไปขายไม่ได้ก็ต้องแข่งกันเอง ต้องทำอะไรมีเหตุมีผล พอประมาณ ถ้าจะให้รัฐบาลให้อย่างเดียวคงแก้ไม่ได้ อย่าให้ใครมาบิดเบือน ต้องช่วยรัฐบาลอีกทาง สร้างความเข้มแข็ง อย่าให้ใครมาบอกให้เงิน เชื่อผมนะเพราะผมไม่ได้มาเพื่อการเมือง” นายกฯกล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้รัฐบาลเข้ามา หลายคนอาจจะเสียโอกาส หลายคนอาจจะขายของไม่ได้ เพราะถ้าคนทำผิดกฎหมายมากๆ คนที่ทำถูกกฎหมายก็เสียเปรียบ ต้องเปิดพื้นที่ให้ก้าวเข้ามาขายด้วยกัน โดยไม่มีการละเมิดสิทธิ กฎหมายจะทำให้ทุกคนมีโอกาสเข้ามา ทุกคนต้องต้องเคารพกฎหมาย เพราะคงไม่มีใครอยากไปบังคับใคร เดี๋ยวจะหาว่านายกฯลุงตู่บังคับคนอย่างที่เขาพูดกัน หน้าตาตนใจดีจะตาย ที่ทำมาก็หวังเพื่ออนาคตทั้งนั้น รวมถึงเราทุกคนต้องเคารพกติกา ซึ่งตนก็เคารพกติกาเช่นกัน เพราะฉะนั้นจึงขอให้ทุกคนปฏิบัติแบบเดียวกับตน สำหรับผู้ที่เดือดร้อน รัฐบาลได้เปิดช่องทางรับเรื่องร้องเรียน ทั้งศูนย์ดำรงธรรม และศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ หากพบว่ามีหลักฐานชัดเจน เกี่ยวกับการทุจริตรัฐบาลพร้อมจะดำเนินการโดยทันที และตนขอยืนยันอีกครั้งว่า การดำเนินการทุกอย่างนั้นไม่มีใบสั่งใดๆ ทั้งสิ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินทักทายประชาชนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ซึ่งมีประชาชนได้มาขอถ่ายรูปและนำของมามอบให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ อาทิ พระเครื่อง ผ้าขาวม้า ขณะที่กลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของ จ.สุรินทร์ ได้ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์พิจารณาสร้างสนามบินในจ.สุรินทร์ เพื่อพัฒนาระบบขนส่งและการท่องเที่ยวให้พัฒนายิ่งขึ้น
หลังจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินชมตลาดผ้าไหม บ้านท่าสว่าง โดยในตลาดได้จัดแสดงผ้าไหม และเครื่องเงินรวมถึงอาหารจากชุมชนใกล้เคียง อาทิ ข้าวตัง มะพร้าว และกะปิ โดยพล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งว่า ขอให้กำลังใจรองนายกฯของตนบ้าง อย่าให้กำลังใจแค่ตนเพียงคนเดียว ขอให้ประชาชนทุกๆ คนดูแลรัฐมนตรีทุกคนด้วย ทั้งนี้ระหว่างนายกฯเดินชมตลาด ได้มีชาวบ้านมาร้องเรียนเรื่องปัญหาราคาข้าวตกต่ำ โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ทุกวันนี้ขายข้าวหอมมะลิจนไม่มีจะส่งออกแล้ว อย่าคิดว่าราคาข้าวจะขึ้นมาก เพราะเรื่องนี้ต้องขึ้นอยู่กับผู้ซื้อด้วย
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ และคณะได้เข้าบ้านพัก นายวีรธรรม ตระกูลเงินไทย ครูศิลป์ของแผ่นดิน ประเภทเครื่องทอ (ผ้าไหมทอง) เพื่อพักรับประทานอาหารกลางวัน โดยนายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ได้จัดอาหารพื้นบ้านต้อนรับ ประกอบด้วย แกงผักหวานปลากรอบใส่ไข่มดแดง แกงจืดปลาร้าบอง ผักสด ไข่เจียวใส่ไข่มดแดง ไก่ย่างเพี้ยราม ลาบหมู ปลาเนื้ออ่อนทอด ตำไก่ใส่มะมวง ผลไม้ เมล่อน แตงโม มะม่วงมัน ไอศกรีมกะทิสดในลูกมะพร้าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณงานมีการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบอย่างเข้มงวด นอกจากนี้หากประชาชนที่ต้องการร้องเรียนปัญหาใดๆ ต่อนายกฯ ทางเจ้าหน้าที่กรมการปกครองได้จัดตั้งศูนย์ดำรงธรรมชั่วคราวไว้บริเวณทางเข้างาน ซึ่งอยู่คนละด้านกับจุดที่เฮลิคอปเตอร์นายกฯลงจอด
โดยหลังจากนี้ นายกรัฐมนตรีจะขึ้นเฮลิคอปเตอร์เดินทางไปจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อตรวจสภาพน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยตลาดและห้วยจรเข้มาก ก่อนจะเดินทางไปพบประชาชนกว่า 30,000 คนที่สนามช้างอารีน่าต่อไป



