กกต.มีมติแต่งตั้ง ‘พ.ต.อ.จรุงวิทย์’ นั่งเก้าอี้เลขาธิการ กกต.คนใหม่ มีวาระทำงาน 5 ปี
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 8 พฤษภาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายกฤช เอื้อวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงว่า ที่ประชุม กกต.ได้มีการพิจารณารายงานผลการดำเนินการสรรหาเลขาธิการ กกต.ของคณะอนุกรรมการดำเนินการสรรหาและตรวจสอบคุณสมบัติบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการหลังจากที่ให้ผู้สมัครทั้ง 5 รายได้แสดงวิสัยทัศน์ต่อคณะอนุกรรมการไปเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยที่ประชุม กกต.ได้ลงคะแนนลับเพื่อคัดเลือกผู้เหมาะสมเป็นเลขาฯ และผลคะแนนเป็นเอกฉันท์ เลือก พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา รองเลขาธิการ กกต. ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กกต. โดยหลังจากนี้ทางสำนักงาน กกต.ก็จะไปดำเนินการตามระเบียบและประกาศที่เกี่ยวข้องต่อไป และแจ้งให้ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ลาออกจากตำแหน่งรองเลขาธิการ กกต.ภายใน 15 วัน เพื่อดำเนินการทำสัญญาจ้างต่อไป ตามมาตรา 55 พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. กำหนดให้เลขาธิการ กกต.มีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี นับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง ซึ่งทางสำนักงานก็จะดำเนินการโดยเร็ว
นายกฤชกล่าวอีกว่า ก่อนการลงมติที่ประชุม กกต.ไม่มีการหารือว่าถึงความเหมาะสมที่จะเลือกเลขาฯ กกต.ในขณะนี้ เนื่องจากได้ว่าที่ กกต.ทั้ง 7 คนแล้ว แต่ที่ประชุมได้มีการสอบถามคณะอนุกรรมการที่รายงานผลการคัดลือก ว่ามีผู้สมัครคนใดได้มีการทักท้วงกระบวนการขั้นตอนหรือไม่ ซึ่งก็ได้รับแจ้งว่าไม่มี และประธาน กกต.ได้แจ้งต่อที่ประชุมให้ทราบว่าก่อนการประชุมนายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. 1 ในผู้สมัคร ได้ขอถอนตัวแต่ไม่ได้แจ้งด้วยเหตุผลใด และที่ประชุม กกต.ได้ลงคะแนนครั้งเดียวด้วยมติเอกฉันฑ์
สำหรับการรับสมัครผู้ประสงค์เข้ารับการคัดเลือก มีผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกจำนวน 6 คน นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม อดีตเลขาธิการศาลปกครอง พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง นายฉัตร์ชัย ยอดอุดม รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ และต่อมานายสมชัย ศรีสุทธิยากร ได้ขอถอนตัวออกจากการสมัคร จึงเหลือผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือก 5 คน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการขอถอนตัวจากการลงสมัครเลขาฯ กกต. นายแสวง บุญมี ได้มีหนังสือที่เขียนด้วยลายมือตัวเอง ถึงประธาน กกต. ระบุว่า เพื่อประโยชน์ของงานในหน้าที่รับผิดชอบ กระผมขอแจ้งการสละสิทธิการคัดบุคคล เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กกต.ในครั้งนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ทั้งนี้ที่ประชุมกกต.ได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง รับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กกต. และร่างแผนการปฏิบัติงานในการสรรหาคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการกกต. ซึ่งจะมีการเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 1-28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามสำหรับตำแหน่งเลขาฯ กกต. มีการเปลี่ยนไปจากเดิมเนื่องจากจะมีบทบาทสำคัญเพิ่มขึ้น คือการเป็นนายทะเบียนพรรคการเมือง ซึ่งเดิมกฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่ของประธาน กกต. รวมทั้งมีค่าตอบแทนเพิ่มสูงขึ้นจากเดิม คือ เงินเดือน 97,900-150,000 บาท เงินประจำตำแหน่ง 35,000 บาท และเงินเพิ่มพิเศษ 35,000 บาท

