เมื่อวันที่ 4 เมษายน ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการป.ป.ช. เปิดเผยถึงเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ว่า เนื้อหาในส่วนนี้เป็นเรื่องดีที่จะทำให้เกิดความชัดเจนว่าไม่สนับสนุนส่งเสริมคนโกงให้เข้ามามีบทบาทในเรื่องการเมืองการปกครอง ต่อไปถ้าผู้นำรัฐบาลมีเจตนารมณ์ทางการเมืองชัดเจนและกำหนดให้เรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ การป้องกันและปราบปรามการทุจริตก็จะประสบความสำเร็จในที่สุด อย่างไรก็ตามยุทธศาสตร์ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แผนปฏิบัติการและงบประมาณจะต้องได้รับการสนับสนุนด้วย เพราะนอกจากงานหลักของป.ป.ช. คือการบังคับใช้กฎหมาย ทำคดีโดยแสวงหาข้อเท็จจริง ไต่สวนข้อเท็จจริงแล้ว ยังมีอีกงานที่สำคัญคือการขับเคลื่อนในเรื่องการป้องกันการทุจริต การให้ความรู้ ซึ่งต้องอาศัยพันธมิตรให้ความร่วมมือดำเนินการ ดังกล่าวจึงจำเป็นจะต้องมีงบประมาณมาขับเคลื่อน
เมื่อถามว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ชื่อว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปราบทุจริต พอจะเป็นเหตุผลให้รับพิจารณารับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้หรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า คงต้องมององค์รวมทั้งหมดทุกประเด็น เพราะในร่างรัฐธรรมนูญมีทั้งเรื่องการปกครอง การบริหารราชการแผ่นดิน และเรื่องต่างๆ แต่ในส่วนของการป้องกันและปราบปรามการทุจริตถือว่าดีมาก และตนมองว่าภาพรวมของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ถือว่าดีเช่นเดียวกัน เพื่อเราจะได้ไปสู่ครรลองของประชาธิปไตยอย่างถูกต้องตามที่ประชาชนต้องการ
พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า ส่วนที่ กรธ. บัญญัติวาระการดำรงตำแหน่งกรรมการป.ป.ช. จากเดิม 9 ปี เหลือ 7 ปีนั้น กรธ. ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว แต่ความเห็นของตน แต่ละองค์กรมีภาระหน้าที่แตกต่างกัน งานของป.ป.ช. จากเดิมที่ออกแบบไว้ให้กรรมการดำรงตำแหน่ง 9 ปี เพราะการดำเนินคดีต้องมีความต่อเนื่องและต้องใช้เวลา แต่เมื่อกรธ.บัญญัติไว้เหลือ 7 ปี ก็ไม่เป็นไร เราเคารพ ไม่มีปัญหา แต่ถ้าถามเหตุผลเรามองว่า ระยะเวลาการดำรงตำแหน่งดังกล่าวคงไม่น่าจะมีเหตุผลตรงกับบริบทการทำงานของป.ป.ช. แต่เมื่อกรธ.กำหนดแบบนั้นแล้วก็ไม่เป็นไร 7 ปีก็ 7 ปี เราก็ทำงานได้

