หลังการนำทีม ครม.ไปเยือนสนามบุรีรัมย์ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผลที่ตามมาในทางการเมืองยังต้องจับตามองกันยาวๆ ในท่ามกลางภาพรวมบรรยากาศต้อนรับอันคึกคักมโหฬารของฝ่ายเจ้าบ้านนั้น ลงเอยใครจะดูดใคร ยังยากจะสรุปได้
ระหว่างการดูดงบกับการดูดอดีต ส.ส.
แต่ที่เห็นได้แน่ๆ ประการหนึ่งคือ การเปิดศึกตามมา ระหว่างแกนนำของพรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคภูมิใจไทย
ด้วยการเปิดฉากวิพากษ์วิจารณ์จากฟากประชาธิปัตย์ ด้วยลีลาเชือดเฉือนว่า เมื่อ 4 ปีที่แล้วโดนทหารบุกค้นสนาม มาวันนี้กลับสามารถจูบปากกันได้
รวมทั้งชี้ชัดลงไปเลยว่า ภูมิใจไทยโดนดูดไปหนุนนายกฯจากทหารแล้วแน่ๆ
ไปจนถึงข้อกล่าวหา การเกณฑ์ประชาชนหมู่บ้านละ 30 คนมาเต็มสนามเพื่อพิธีการต้อนรับ
ไม่เว้นกระทั่งการนุ่งกางเกงขาสั้นของ นายเนวิน ชิดชอบ
ขณะที่การโต้ตอบจากฝ่ายภูมิใจไทย เป็นไปอย่างเผ็ดมันไม่แพ้กัน
นอกจากจะยืนยันจุดยืนฝ่ายประชาธิปไตยไม่แปรเปลี่ยน
สวนหมัดว่า อย่าได้หมิ่นแคลนน้ำใจคนบุรีรัมย์ในการต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง
รวมทั้งยังตั้งคำถามกลับไปยังแกนนำประชาธิปัตย์บางคนว่า
พฤติกรรมน่าสงสัยในเรื่องอุดมการณ์ทางการเมืองมากกว่า เพราะวันดีคืนร้ายก็ออกมาต้านประชาธิปไตยระบบรัฐสภา
ตั้งเวที กปปส.ล้มรัฐบาลต่อต้านการเลือกตั้ง แต่พอถึงเวลา ทำเนียน ทิ้งพี่ทิ้งน้อง กปปส. กลับไปอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ รอเลือกตั้ง
ไม่รอปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งแบบที่บอกกับพี่น้อง กปปส. ออกมาโจมตีทหารทั้งที่ก่อนนี้เชียร์สุดใจ
กว่าจะรู้ตัวว่าตีงูให้กากิน เสียค่าโง่ไป ก็สายเสียแล้ว
แล้วตบท้ายไปยังน้องไอติม ด้วยความห่วงใย ที่คงจะต้องปฏิรูปพรรคกันเหนื่อยแน่
เป็นการโต้ตอบกันอันเป็นสีสันสนุกสนานทีเดียว
สำหรับชาวบ้านแล้ว ย่อมได้ประโยชน์ในการรับฟังคารมและข้อมูลจาก 2 พรรค
รวมทั้งได้ช่วยกันจดจำเรื่องราวเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งไม่นานเกินไป ยังไม่ลืมกันแน่ๆ
โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องสูญเสียประโยชน์ สูญเสียอำนาจทางการเมืองที่อยู่ในมือไป
จะเดินไปคูหาเลือกตั้ง กลับถูกฝูงชนรุมล้อมขัดขวาง ข่มขู่คุกคาม บางคนถูกบีบคอ
4 ปีที่ประเทศสูญสิ้นประชาธิปไตย ทำให้ประชาชนไม่มีสิทธิมีเสียงในการมีส่วนร่วมทางการเมือง ถือว่าเป็น 4 ปีที่ยาวนานอย่างมาก
แต่ใครทำอะไรเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ถือว่าไม่ยาวนานจนลืมเลือนแต่อย่างใด
—–
สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

