หน้าแรก การเมือง 4 ปีทั้งยาวนา...

4 ปีทั้งยาวนานและทั้งไม่นาน โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

11.05.18 | 12:10 น.

หลังการนำทีม ครม.ไปเยือนสนามบุรีรัมย์ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผลที่ตามมาในทางการเมืองยังต้องจับตามองกันยาวๆ ในท่ามกลางภาพรวมบรรยากาศต้อนรับอันคึกคักมโหฬารของฝ่ายเจ้าบ้านนั้น ลงเอยใครจะดูดใคร ยังยากจะสรุปได้

ระหว่างการดูดงบกับการดูดอดีต ส.ส.

แต่ที่เห็นได้แน่ๆ ประการหนึ่งคือ การเปิดศึกตามมา ระหว่างแกนนำของพรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคภูมิใจไทย

ด้วยการเปิดฉากวิพากษ์วิจารณ์จากฟากประชาธิปัตย์ ด้วยลีลาเชือดเฉือนว่า เมื่อ 4 ปีที่แล้วโดนทหารบุกค้นสนาม มาวันนี้กลับสามารถจูบปากกันได้

รวมทั้งชี้ชัดลงไปเลยว่า ภูมิใจไทยโดนดูดไปหนุนนายกฯจากทหารแล้วแน่ๆ

Advertisement

ไปจนถึงข้อกล่าวหา การเกณฑ์ประชาชนหมู่บ้านละ 30 คนมาเต็มสนามเพื่อพิธีการต้อนรับ

ไม่เว้นกระทั่งการนุ่งกางเกงขาสั้นของ นายเนวิน ชิดชอบ

ขณะที่การโต้ตอบจากฝ่ายภูมิใจไทย เป็นไปอย่างเผ็ดมันไม่แพ้กัน

นอกจากจะยืนยันจุดยืนฝ่ายประชาธิปไตยไม่แปรเปลี่ยน

สวนหมัดว่า อย่าได้หมิ่นแคลนน้ำใจคนบุรีรัมย์ในการต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง

รวมทั้งยังตั้งคำถามกลับไปยังแกนนำประชาธิปัตย์บางคนว่า

พฤติกรรมน่าสงสัยในเรื่องอุดมการณ์ทางการเมืองมากกว่า เพราะวันดีคืนร้ายก็ออกมาต้านประชาธิปไตยระบบรัฐสภา

ตั้งเวที กปปส.ล้มรัฐบาลต่อต้านการเลือกตั้ง แต่พอถึงเวลา ทำเนียน ทิ้งพี่ทิ้งน้อง กปปส. กลับไปอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ รอเลือกตั้ง

ไม่รอปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งแบบที่บอกกับพี่น้อง กปปส. ออกมาโจมตีทหารทั้งที่ก่อนนี้เชียร์สุดใจ

กว่าจะรู้ตัวว่าตีงูให้กากิน เสียค่าโง่ไป ก็สายเสียแล้ว

แล้วตบท้ายไปยังน้องไอติม ด้วยความห่วงใย ที่คงจะต้องปฏิรูปพรรคกันเหนื่อยแน่

เป็นการโต้ตอบกันอันเป็นสีสันสนุกสนานทีเดียว

สำหรับชาวบ้านแล้ว ย่อมได้ประโยชน์ในการรับฟังคารมและข้อมูลจาก 2 พรรค

รวมทั้งได้ช่วยกันจดจำเรื่องราวเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งไม่นานเกินไป ยังไม่ลืมกันแน่ๆ

โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องสูญเสียประโยชน์ สูญเสียอำนาจทางการเมืองที่อยู่ในมือไป

จะเดินไปคูหาเลือกตั้ง กลับถูกฝูงชนรุมล้อมขัดขวาง ข่มขู่คุกคาม บางคนถูกบีบคอ

4 ปีที่ประเทศสูญสิ้นประชาธิปไตย ทำให้ประชาชนไม่มีสิทธิมีเสียงในการมีส่วนร่วมทางการเมือง ถือว่าเป็น 4 ปีที่ยาวนานอย่างมาก

แต่ใครทำอะไรเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ถือว่าไม่ยาวนานจนลืมเลือนแต่อย่างใด

—–

สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน