เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ที่จ.นครพนม นายไพจิต ศรีวรขาน อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.นครพนม อีกทั้งเป็นแกนนำกลุ่ม ส.ส.อีสาน พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ช่วงนี้เริ่มมีข่าวความเคลื่อนไหวของกระแสการเมืองเกี่ยวกับการดูดตัวนักการเมือง อดีต ส.ส.เพื่อไทย ในหลายพื้นที่ รวมถึงภาคอีสาน มาถึงวันนี้จากการพูดคุยหารือ กับกลุ่มอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ยังคงยืนยันว่า ยังพร้อมที่จะให้การสนับสนุนช่วยเหลือพรรคเพื่อไทย ถึงแม้จะมีปัญหาเกี่ยวกับหัวหน้าพรรค หรือปัญหาการเมือง แต่ทางกลุ่มอดีต ส.ส.ยังมีความตั้งใจเข้าไปพัฒนาแก้ปัญหาปากท้องของชาวอีสาน เนื่องจากเชื่อว่าส่วนสำคัญคะแนนนิยมมาจากตัวบุคคลที่มีความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ ทำให้ทุกคนยังยึดมั่นที่จะร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย เพราะเชื่อว่าการพัฒนาประเทศไม่ได้สำคัญว่า จะต้องย้ายไปอยู่พรรคไหน สำคัญที่ความจริงใจกับประชาชน
“ส่วนกรณีมีข่าวลือว่า กลุ่มอดีต ส.ส. อดีตนักการเมืองสายเพื่อไทย เริ่มถูกดูดไปสังกัดพรรคอื่น หรือพรรคทหาร ในฐานะที่เป็นแกนนำ อดีต ส.ส.ภาคอีสาน ยืนยันเชื่อมั่นว่ายังไม่มีใครยอมย้ายพรรคไปไหน เพราะทุกวันนี้ทุกคนยังทำงานการเมืองลงพื้นที่ดูแล พบปะชาวบ้าน ถึงแม้จะไม่มีตำแหน่ง เพราะเป็นหน้าที่ แต่หากจะมีนักการเมืองบางกลุ่มที่ยอมย้ายพรรค จะมีเพียงกลุ่มอดีตผู้สมัคร ส.ส.สอบตก หรือ กลุ่มการเมืองที่หวังจะเข้าไปแข่งขันการเมืองในพื้นที่ ถือเป็นเรื่องปกติของเส้นทางการเมือง
สิ่งสำคัญที่สุด มองว่า อย่าไปสนใจว่าจะมีการย้ายพรรค การถูกดูดจากพรรค ที่มาจากขั้วทหาร สิ่งที่ทุกฝ่ายต้องคำนึงมากที่สุด คือ รัฐบาลจะต้องเร่งจัดการเลือกตั้งให้เร็วที่สุด เพราะผมเชื่อว่า การเลือกตั้ง คือ ทางออกที่ดีที่สุดของประเทศ ในสถานการณ์บ้านเมืองแบบนี้ เพราะปล่อยไว้เชื่อว่าไม่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน อยากให้รัฐบาลคำนึงถึงส่วนรวมมากกว่า เพราะหากมีการจัดการเลือกตั้ง เป้าหมายสำคัญ คือ ประชาชน เป็นผู้ตัดสิน จากนั้นเมื่อทุกอย่างเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เชื่อว่า ทุกฝ่ายสามารถร่วมกันสร้างความปรองดอง สร้างความสงบสุขให้บ้านเมืองได้อย่างแน่นอน หากไม่คิดแต่ประโยชน์ส่วนตน
สำหรับผมไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ยืนยันว่าไม่ไปไหน ขอตายกับเพื่อไทย หรือ หากประชาชน เป็นคนเลือกไม่ยอมรับเพื่อไทย ผมพร้อมที่จะยอมรับ และให้การสนับสนุนทุกฝ่าย หากนำประชาชน มาเป็นตัวตัดสิน ไม่ใช่ให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเป็นคนกำหนด เพราะทุกอย่างจะต้องมาจากประชาธิปไตยที่สมบูรณ์” นายไพจิต กล่าว

