หน้าแรก การเมือง บทนำ ศึกษาจาก...

บทนำ ศึกษาจากมาเลเซีย

15.05.18 | 12:30 น.

นายมหาธีร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรี คนใหม่ของมาเลเซีย สั่งห้ามนายนาจิบ ราซัคอดีตนายกรัฐมนตรี ที่เพิ่งพ่ายแพ้เลือกตั้ง และครอบครัว เดินทางไปต่างประเทศ เพื่อเตรียมสอบสวนกรณีมีข่าวว่า อดีตนายกฯยักยอกเงินกองทุนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติมาเลเซีย หรือวันเอ็มดีบี ถึง 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นายนาจิบเองยอมรับคำสั่งและระงับการเดินทางไปอินโดนีเซีย และแถลงข่าวลาออกจากหัวหน้าพรรคอัมโน ผู้นำกลุ่มแนวร่วมบาริซาน เนชั่นแนล เพื่อแสดงความรับผิดชอบและปฏิบัติตาม “หน้าที่ทางศีลธรรม”

นายมหาธีร์ยังปล่อยตัวนายอันวาร์ อิบราฮิม อดีตผู้นำฝ่ายค้านของมาเลเซีย ด้วยกระบวนการอภัยโทษ นายอิบราฮิม เดิมเป็นอริทางการเมืองกับนายมหาธีร์ ถึงขนาดเจอข้อหาทางเพศและติดคุกมาแล้ว ต่อมาพ้นโทษ แต่เมื่อคะแนนนิยมสูงขึ้นจากการนำฝ่ายค้านต่อสู้ในการเลือกตั้งปี 2556 ทำให้พรรครัฐบาลคะแนนย่ำแย่ ก็กลับโดนฟื้นคดีและถูกจำคุกในข้อหาเดิมอีกครั้ง เมื่อนายมหาธีร์หวนกลับมาลงเลือกตั้งอีกครั้ง ก็ได้สัญญาว่าจะนำนายอันวาร์มารับตำแหน่งนายกฯต่อจากตนเอง

นายนาจิบเป็นนายกฯเมื่อปี 2552 ต่อจากนายอับดุลเลาะห์ บาดาวี แต่อยู่ในวงการการเมืองมายาวนานในฐานะทายาทตระกูลการเมือง แม้จบการศึกษาจากประเทศประชาธิปไตยอย่างอังกฤษ แต่นายนาจิบบริหารประเทศด้วยกฎหมายที่เข้มงวด และเกี่ยวพันกับข่าวทุจริตและอื้อฉาวหลายเรื่อง และอาจจะรวมถึงการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมในการสอบสวนกองทุนวันเอ็มดีบี และกรณีนายอันวาร์

การใช้อำนาจของฝ่ายบริหาร ปกติต้องถูกตรวจสอบจากฝ่ายนิติบัญญัติและสังคม หากไม่สามารถหยุดยั้งได้ ย่อมเป็นหน้าที่ของประชาชนจะต้องตัดสินด้วยการเลือกตั้ง ไม่ใช่ด้วยรัฐประหาร และเมื่อมาจากเลือกตั้งก็ย่อมมีความชอบธรรมและถือว่าได้รับอาณัติจากประชาชนเพื่อภารกิจบางอย่าง ผู้นำทางการเมืองต้องผูกโยงตนเองกับประชาชนมิใช่กับกลุ่มอำนาจ เมื่อไม่ได้รับความไว้วางใจ ต้องแสดงความรับผิดชอบ และที่สำคัญ อำนาจอธิปไตยทั้งสามต้องปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างตรงไปตรงมา การแก้ปัญหาทางการเมืองไม่ว่าจะยุ่งยากเพียงใด จึงจะลุล่วงลงตัว ภายใต้กฎหมายและแบบแผนของระบอบ