การแถลงของพรรคเพื่อไทยเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคมมิได้เป็นหนแรก แล้วเหตุใดครั้งนี้จึงเพิ่มความเข้มอย่างเป็นพิเศษ
ไม่เพียงมีการปรากฏตัวของทหาร ตำรวจ
หากแต่เจ้าหน้าที่ด้านกฎหมายของคสช.ยังตบเท้าเข้าร้อง ทุกข์แจ้งความ ณ กองปราบปราม
1 ความผิดในการฝ่าฝืนคำสั่งคสช.ที่ 57/2557
1 ความผิดในการฝ่าฝืนคำสั่งคสช.ที่ 3/2558
1 ความผิดตามพรบ.คอมพิวเตอร์
1 ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ยุยง ปลุกปั่น
จำเป็นต้องเข้ม จำเป็นต้องตัดไม้ข่มนาม
ความละเอียดอ่อนเป็นอย่างมากของหัวข้ออยู่ที่ “4 ปี”อันมิได้ยึดโยงอยู่กับรัฐบาล หากแต่สัมพันธ์กับคสช.และสัมพันธ์กับรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
เป้าหมายแท้จริงจึงมิได้อยู่ที่พรรคเพื่อไทยเท่านั้น
หากที่สำคัญเป็นอย่างมากอยู่ที่คำประกาศของ”กลุ่มอยาก เลือกตั้ง”ที่จะชุมนุมข้ามคืนในวันที่ 21 และยืนยันจะเคลื่อนขบวนในวันที่ 22 พฤษภาคม
คสช.จึงยอมไม่ได้แม้ว่าการแถลงในแบบนี้ของพรรคเพื่อไทยได้ทำอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2558 แล้ว
ไม่ว่าจะต่อ”ร่างรัฐธรรมนูญ”ของ นายบวรศักดิ์ อุวรรโณ
ไม่ว่าจะต่อการทำ”ประชามติ”ร่างรัฐธรรมนูญของ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ในเดือนสิงหาคม 2559
แต่คสช.ก็ไม่เคยสกัดขัดขวางพรรคเพื่อไทย
กลายเป็นว่าในวาระ 4 ปีของรัฐบาล 4 ปีของคสช. 4 ปีของรัฐประหารคสช.กลับย้อนไปยังคำสั่งที่ 57/2557 คำสั่งที่ 3/2558
ทั้งหมดนี้คือมาตรการป้องปรามไปยัง “22 พฤษภาคม”
เมื่อเป็นมาตรการอันออกมาจากคสช.โดยความร่วมมืออย่างดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
นี่ย่อม “หวังผล” ข้างเคียงในทาง “การเมือง”
เป็นการเตือนพรรคเพื่อไทย เป็นการเตือนให้ตระหนักว่าหากยังแข็งขืนไม่ยอมรับ “เทียบเชิญ”ให้ไปร่วมหารือในเดือนมิถุนายนก็จะประสบสถานการณ์แบบใด
สุรารินให้ไม่ยอมรับ ก็จำเป็นต้องจับกรอก

