09.00 INDEX อ่าน “เกม” คสช.เล่น “เพื่อไทย” จาก “ประวิตร” และ “วิษณุ”

กรณีตำรวจบุกและไปล้อมที่ทำการพรรคเพื่อไทย แล้วทหารแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ 8 แกนนำพรรคเพื่อไทย
สวนทางอย่างสิ้นเชิงกับหลัก “รักยาวให้บั่น รักสั้นให้ต่อ”
ทุกอย่างดำเนินการตามแนว “การทหาร” นำหน้า “การเมือง” อย่างเข้มข้น
เข้มข้นด้วย “อารมณ์” เหนือกว่า “เหตุผล”
หากจับ “อาการ” อันมาจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กับที่มาจาก นายวิษณุ เครืองาม
ก็จะ “สัมผัส” บางความละเอียดอ่อนของ”สถานการณ์”ได้
อย่าลืมเป็นอันขาดว่า นายวิษณุ เครืองาม เจนจบทั้งด้านกฎ หมายและด้านการเมือง
ทั้งหมดนี้เป็นความหงุดหงิดในห้วง 4 ปี “รัฐประหาร”

การประเคน 4 ข้อหาให้กับแกนนำพรรคเพื่อไทยรวมถึงโยงไปยัง
มาตรา 116 ประมวลกฎหมายอาญา
เหมือนกับจะเป็นการ “มัดตราสัง”
หลายคนมองข้าม “ช็อต” ไปถึงแผนลึกอันจะนำไปสู่กระบวน การ “ยุบพรรค” เหมือนกับที่เคยทำกับพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชน
แต่หากจับ “อาการ” อันมาจากพรรคเพื่อไทยกลับมิได้หนียะย่าย พ่ายจะแจ
ตรงกันข้าม นักกฎหมายระดับ ดร.ชูศักดิ์ ศิรินิล ยืนยัน
“ผมจะรอพนักงานสอบสวนว่าจะตั้งข้อหาอะไรบ้าง หากเห็น ว่ามีการตั้งข้อหาที่รุนแรงเกินจริงจะใช้สิทธิทางกฎหมายดำเนินคดีกลับเพื่อปกป้องสิทธิของตนเช่นกัน”
เหมือนกับเป็นการสื่อสารไปยัง “พนักงานสอบสวน” แห่งกอง ปราบปราม แต่ในความเป็นจริงส่งตรงถึง นายวิษณุ เครืองาม
เป็นการสื่อระหว่าง”นักกฎหมาย”ด้วยกัน

ทำไมเมื่อเกิดเรื่องกับพรรคเพื่อไทย ไม่ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ว่า นายวิษณุ เครืองาม ตรงกันคือ ยังไม่รู้”รายละเอียด”
เพียงแต่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ขึงขังในท่วงทำนองแบบ”ทหาร”
ขณะที่ นายวิษณุ เครืองาม วางการ์ด รัดกุม ในท่วงทำนองแบบ “นักกฎหมาย”
นั่นเท่ากับเป็น “ประตู” ที่เปิดอ้าเพื่อหา “ทางออก”

บทความก่อนหน้านี้‘โปรเม’ เจ๋ง! เก็บเพิ่ม 4 อันเดอร์ รั้งอันดับ 4 ร่วม ตามผู้นำแค่ 2 สโตรก ศึก ‘คิงส์มิลล์’
บทความถัดไป‘อั้ม พัชราภา’ เปิดสถานะหัวใจไร้คนพิเศษ ‘กรรณ-จิมมี่’ ได้แค่น้องในกลุ่ม