เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่พระอุโบสถ วัดพระศรีมหาธาตุราชวรมหาวิหาร เขตบางเขน แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ร่วมกับญาติผู้เสียชีวิตจากการสลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิต โดยมีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษา นปช. นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. เป็นต้น

นายณัฐวุฒิให้สัมภาษณ์ก่อนเริ่มงาน ว่า ในฐานะผู้จัดชุมนุม ในปี 2553 นปช.ได้จัดกิจกรรมรำลึกทุกปี รูปแบบก็จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนั้น โดยในปีนี้เป็นการทำบุญ ร่วมพบปะพูดจาให้กำลังใจกันและกัน และเป็นการให้สัจสัญญา ว่าเราจะเดินหน้าทวงถามความยุติธรรมให้กับผู้บาดเจ็บ เสียชีวิตกันต่อไป โดยขอเรียนกับผู้มีอำนาจว่า กิจกรรมในวันนี้จะไม่มีภาวะซ่อนเร้น เพื่อทำให้เกิดการเผชิญหน้าใดๆ การทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้คนเจ็บ คนตาย ตนแน่ใจว่าเป็นสิ่งที่ทำได้ และพร้อมให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองเข้ามาร่วมสังเกตการณ์ได้เสมอ

นายณัฐวุฒิกล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวเกรงว่าการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งในวันที่ 21-22 ที่จะถึงนี้จะเกิดความรุนแรงดังเช่นในอดีต ว่า กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เป็นคนหนุ่มสาว เป็นปัญญาชน และเป็นผู้นิยมในสันติวิธี ข้อเรียกร้องก็ไม่มีอะไรเกินกว่า สัจสัญญาที่ผู้มีอำนาจได้เคยให้ไว้กับประชาชน นั่นก็คือ การเลือกตั้ง การชุมนุมที่ผ่านมาก็ไม่พบว่ามีความรุนแรงใดๆ ส่วนตัวก็เห็นด้วยว่าจำเป็นต้องมีการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด เชื่อว่ากลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ไม่ใช่คนประเภทท้าตี ท้าต่อย หรือเดินเกมส์ใต้ดิน เพื่อให้เกิดสถานการณ์บานปลาย ดังนั้นจุดสำคัญทั้งหมดอยู่ที่ฝ่ายผู้มีอำนาจว่าจะปฏิบัติ หรือแสดงออกกับประชาชนอย่างไร การสกัดขัดขวาง ใช้มาตรการเข้มข้น ใช้ไม้แข็งกับกลุ่มผู้ชุมนุม จะทำให้สถานการณ์บานปลาย สุดท้ายความรับผิดชอบก็ตกอยู่กับกลุ่มผู้มีอำนาจเอง
นายณัฐวุฒิยังได้กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนระบุ แดงฮาร์ดคอร์อย่าได้แหลมออกมา ว่า คำว่าฮาร์ดคอร์เสื้อแดงหมายถึงกลุ่มไหนบ้าง แต่ถ้าพูดถึง นปช. เรายืนยันหลักการสันติวิธีมาโดยตลอด ตลอดการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง แกนนำ นปช.ก็เคารพในการแสดงออกเสมอมา ไม่ได้เข้ามามีบทบาท หรือมีส่วนร่วมแต่อย่างใด ดังนั้นฮาร์ดคอร์ที่ไหนจะมาแหลมหรือไม่แหลม ตนไม่ทราบ แต่ก็อยากจะฝากความห่วงใยไปยังเจ้าหน้าที่ทุกคนทุกฝ่าย ว่าท่านอย่าแหลมเกินไปจนทำให้สถานการณ์มันบานปลายก็แล้วกัน

นายณัฐวุฒิกล่าวถึงความคืบหน้าคดีสลายการชุมนุมปี 2553 ว่า คิดว่าอาการคดี 99 ศพนี้ อาการหนักกว่าเรื่องการสร้างความปรองดองที่รัฐบาลทำไว้ การสร้างความปรองดอง อย่างน้อยเราก็เห็นน้องเกี่ยวก้อยที่อนุสาวรีย์ชัยฯ แต่คดี 99 ศพ ไม่เห็นอะไร ไม่ได้ยินแม้กระทั่งคำอธิบายจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) คดีนี้หลังยุติการชุมนุม ทุกอย่างไปเริ่มที่ ป.ป.ช. ผ่านมา 8 ปี วันนี้ทุกอย่างก็กลับไปรวมศูนย์ และเริ่มต้นที่ ป.ป.ช.อยู่เหมือนเดิม ปกติการตามหาอะไรสักอย่าง ยิ่งเดินนานจะยิ่งใกล้ แต่คดีนี้ยิ่งเดินยิ่งไกลเท่าเดิม ยิ่งได้รับการเพิกเฉย ยิ่งไม่ได้รับการเหลียวแล จากองค์กรผู้มีอำนาจรับผิดชอบ ชัดเจนมากขึ้นทุกปี แต่อย่างไรก็ตาม เรายังศรัทธาในความจริงที่ว่า วันหนึ่งความยุติธรรมจะต้องกลับมาสู่สังคมอีกครั้ง คงเป็นไปไม่ได้ที่สังคมไหนจะอยู่ภายใต้ความอยุติธรรมไปตลอดกาล เป็นไปไม่ได้ที่ความมืดจะปกคลุมไปชั่วกัลปาวสาน เพียงแต่เราต้องรักษาศรัทธา ความเชื่อมั่นเอาไว้ให้ได้ และเราก็จะเดินหน้าของเราต่อไป

นายณัฐวุฒิกล่าวอีกว่า ในเดือนนี้ ป.ป.ช.บอกว่ากรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่จะรับเอาคำร้องของเราไปพิจารณา เราก็จะตามดูถึงที่สุด ถ้าจะต้องพึ่งกระบวนการตามกฎหมาย เป็นคดีความ จะต้องฟ้องร้องกัน ตนก็จะทำ เรียนมาตลอดว่าไม่ประสงค์จะเป็นคู่กรณีกับคณะกรรมการ ป.ป.ช.เลย แต่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ก็จะทำตัวเป็นคู่กรณีกับประชาชนเสียเอง เพียงท่านทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา เชื่อว่าทุกอย่างจะเป็นที่ยอมรับกันได้ ตนไม่ได้คาดคั้นกับ ป.ป.ช.ว่าจะต้องตัดสินว่าใครถูกใครผิด เพียงร้องขอว่าคดีมันจำเป็นต้องไปถึงศาล แล้วให้ศาลใช้อำนาจพิจารณาวินิจฉัย ศาลตัดสินมาอย่างไร เราก็เคารพแล้วก็ว่าไปตามกระบวนการ แต่ถ้าคดีไม่ถึงศาล เป็นเรื่องที่เรายอมรับไม่ได้และก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องพยายามกันต่อไป
จากนั้นแกนนำ นปช. เหล่าญาติผู้เสียชีวิตก็ได้ร่วมกันทำบุญถวายพระเพล อุทิศส่วนกุศล รวมทั้งร่วมกันไว้อาลัย พร้อมทั้งวางดอกไม้ เป็นการรำลึกวีรชนผู้เสียสละในเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 2553 ด้วย โดยมีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบร่วมสังเกตการณ์เป็นจำนวนมาก

