ทั้งๆที่ข้อเสนอว่าด้วย “รัฐบาลเฉพาะกาล” อันมาจาก พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ มากด้วยความแหลมคม
แต่สังคมก็ปล่อยให้ผ่านเลยไปอย่างเงียบๆ
อาจเพราะมาจาก พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ซึ่งแม้จะเคยดำรงตำแหน่งเป็น “นายกรัฐมนตรี” แต่ก็พ้นไปจากอำนาจและก็อยู่ในฐานะผู้สูงอายุคนหนึ่ง
หมด “บทบาท” และแทบจะไร้ “ความหมาย”แล้วในทางการเมือง
กระทั่งมองข้ามคำว่า “รัฐบาลเฉพาะกาล”
กระทั่งมองข้ามบทบาทและความหมายในฐานะที่เคยได้รับ สมญาว่า “ขงเบ้ง”แห่งกองทัพไปอย่างเย็นชา
ทั้งๆที่นี่เป็น “บทสรุป” อันแหลมคมยิ่งต่อ “คสช.”
ในห้วงที่สังคมประเทศไทยเข้าสู่วิกฤตแห่งความขัดแย้งนับแต่ก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 เคยมีการเสนอทางออกคือ “รัฐบาลแห่งชาติ”
พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ก็เป็นคนหนึ่งที่เคยเสนอ
กาลเวลาผ่านจากรัฐประหารเดือนกันยายน 2549 มายังรัฐ ประหารเดือนพฤษภาคม 2557
และรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557 ครบ 4 ปี
มีการพูดถึง “รัฐบาลแห่งชาติ” จากหลายคน ในนั้นคนหนึ่งคือ นายเสนาะ เทียนทอง อีกคนหนึ่งเป็นโหรอันอยู่ในฐานะกระบอกเสียงของคสช.
กระทั่ง มี”ไอ้ห้อยไอ้โหน”บางคนเอ่ยถึง “อำนาจพิเศษ”จะนำไปสู่ทางออกจาก “วิกฤต”
แล้ว พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ก็เสนอ “รัฐบาลเฉพาะกาล”
“รัฐบาลแห่งชาติ”ให้ความหมายภายหลังการเลือกตั้ง แต่ข้อ เสนอ “รัฐบาลเฉพาะกาล”เป็นรัฐบาลก่อนการเลือกตั้ง
ตรงนี้ต่างหากที่มากด้วยความแหลมคมในทางการเมือง
ข้อเสนอของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เท่ากับเป็นการวิพากษ์อย่างรวบยอด 4 ปีของรัฐประหาร
และก็ปฏิเสธความหมายของ “คสช.”
นั่นก็คือ เป็นการเสนอให้สังคมหารัฐบาล”อื่น”มาเพื่อดำรงอยู่ในสถานะแห่ง “รัฐบาลเฉพาะกาล”เหมือนๆกับ “ขบวนการรัฐบุรุษ” เคยเพรียกหารัฐบาล”ราชประชาสมาศัย”
ความหมายก็คือ ตัดบทบาท”คสช.”ออกไป

