หน้าแรก การเมือง สถานีคิดเลขที...

สถานีคิดเลขที่ 12 : 4ปี ปฏิรูปการเมือง : โดย นฤตย์ เสกธีระ

22.05.18 | 12:10 น.

วันที่ 22 พฤษภาคมปีนี้ กระแสรำลึกครบรอบยึดอำนาจรัฐบาลพรรคเพื่อไทยดังกระหึ่มกว่าทุกปี

ความดังเกิดขึ้นเพราะ คสช.ยังคงเข้มในการบังคับใช้กฎหมาย

กฎหมายที่ส่วนใหญ่เป็นคำสั่งที่ตัวเองร่างขึ้นมา

ความดังแรกเกิดขึ้นหลังจากแกนนำพรรคเพื่อไทยตั้งโต๊ะวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล 4 ปี

ผลลัพธ์จากการทำเช่นนั้นคือ การต้องคดีตามที่ คสช.แจ้งจับ

Advertisement

การแจ้งจับแม้ฝ่ายรัฐบาลจะมองว่าทำตามกฎหมาย แต่อีกฝ่ายไม่ได้มองเช่นนั้น

เหตุผลสำคัญเป็นเพราะกฎหมายที่ว่าส่วนใหญ่ คสช.ร่างขึ้นมา

อีกเรื่องคือความเคลื่อนไหวของกลุ่มอยากเลือกตั้ง

วันที่ 21 พฤษภาคม แกนนำกลุ่มอยากเลือกตั้งนัดรวมตัวที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันที่ 22 พฤษภาคม มีกำหนดเคลื่อนไปทำเนียบ

แต่เมื่อทางเจ้าหน้าที่เข้มงวด สั่งห้ามเคลื่อนออกมาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ตั้งใจจะกำหนดเขตปลอดม็อบรอบทำเนียบรัฐบาล และบอกข่าวร้ายว่า จะมีกลุ่มป่วนมาก่อการ

เท่านั้นเองข้อสงสัยถึงการกระทำของเจ้าหน้าที่ก็ดังกระหึ่ม

ทุกคนเหลียวฟัง และสนใจว่าประเทศไทยกำลังจะเกิดอะไรขึ้น

แล้วก็รู้ว่า วันที่ 22 พฤษภาคม เป็นวันที่ คสช.รัฐประหาร

นั่นคือความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น และเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อท่าทีของ คสช.

ทีนี้ลองมาดูความคืบหน้าด้านการปฏิรูปการเมือง ซึ่งน่าจะเป็นจุดไฮไลต์หนึ่งของ คสช.

สอบถามทราบว่า หลัง คสช.ยึดอำนาจ ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อปฏิรูปการเมือง

สรุปแนวทางปฏิรูปการเมืองได้ ดังนี้

1.ให้ประชาชนเป็นสมาชิกพรรคการเมืองโดยสมัครใจ

2.พรรคการเมืองต้องมีบทบาทและมีกิจกรรมเคลื่อนไหวที่จูงใจประชาชนให้เข้ามามีบทบาทร่วมกับพรรคการเมือง

3.สมาชิกพรรคการเมืองระดับบริหาร ต้องประพฤติตนมีเกียรติ เป็นแบบอย่าง ค่านิยม และทัศนคติที่ดี

4.พรรคการเมืองต้องมีกระบวนการให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมและมีบทบาท มีความรับผิดชอบอย่างแท้จริงในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง

และคัดเลือกผู้มีความรู้ความสามารถ ที่ซื่อสัตย์และมีคุณธรรมจริยธรรม เพื่อไปเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม

5.การส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งให้สมาชิกพรรคในเขตเลือกตั้งเป็นผู้คัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งในแต่ละเขต ด้วยวิธีการเลือกตั้งขั้นต้น หรือไพรมารีโหวต เพื่อเป็นการคัดกรองและได้รับการยอมรับจากสมาชิกในแต่ละเขตเลือกตั้ง ก่อนนำเสนอให้คณะกรรมการบริหารพรรคส่วนกลางพิจารณา

ทั้งหมดนี้นำไปสู่การเซตซีโร่สมาชิกพรรค คือ ให้ประชาชนคนไทยสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคการเมืองต่างๆ กันใหม่

และนำไปสู่การร่างกฎระเบียบข้อบังคับอื่นๆ ที่บีบรัดคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

นอกจากนี้ยังเป็นที่มาของระบบไพรมารีโหวต

ไพรมารีโหวตจึงเป็นหัวใจการปฏิรูปการเมืองครั้งนี้ด้วย

ดังนั้น กระแสข่าวที่ว่าจะให้เว้นไพรมารีโหวตออกไปก่อน คงต้องหวนมาดูการปฏิรูปการเมือง

ดูว่าถ้าเว้นไพรมารีโหวตไปแล้ว

จะเท่ากับเว้นปฏิรูปการเมืองออกไปด้วยหรือไม่

นฤตย์ เสกธีระ
[email protected]