หมายเหตุ – นักวิชาการและ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะกรณีกลุ่มคนอยากเลือกตั้งนัดชุมนุมกันที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และจะเคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 22 พฤษภาคม ในโอกาสครบรอบ 4 ปีการยึดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการเลือกตั้งเร็วขึ้นภายในเดือนพฤศจิกายนปีนี้

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร
อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)
การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งในวันที่ 22 พฤษภาคม ถ้าดูจากเจตนารมณ์ยืนยันที่ชัดเจน ยังไงพวกเขาก็ต้องเคลื่อนขบวนมาที่ทำเนียบรัฐบาลอย่างแน่นอน เพราะพวกเขามีความตั้งใจ มีการวางแผน เตรียมการ มีการพูดคุยสื่อสารกับสาธารณชนให้รับทราบแล้ว และเอาเข้าจริงการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ตรงนี้ ส่วนตัวคิดว่าไม่น่าจะผิดกฎหมาย เพราะเป็นการแสดงออกตามสิทธิเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญรองรับ ทั้งยังมีการขออนุญาตตาม พ.ร.บ.ชุมนุมในพื้นที่สาธารณะ พ.ศ.2558 ด้วย
ขณะที่การให้ข้อมูลว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวจะมีภัยแทรกซ้อนแฝงเข้ามา เพื่อจะก่อเหตุ และทำให้สถานการณ์บานปลายกลายเป็นความรุนแรง ถึงขั้นเตรียมใช้อาวุธสงคราม ตรงนี้ก็เป็นเรื่องธรรมดาของปฏิบัติการด้านการข่าวของคนที่ไม่อยากให้เคลื่อนขบวนมาที่ทำเนียบรัฐบาล ก็สร้างข่าวขึ้นมาเพื่อระงับ ยับยั้ง ในเชิงลบเท่านั้น แต่ผมก็เชื่อว่าการ เคลื่อนไหวของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งไม่น่าจะก่อให้เกิดความรุนแรงขึ้นได้
ดังนั้นการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ก็คิดว่าให้ความสำคัญ และตระหนักถึงสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของการเคลื่อนไหวด้วย เพราะเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และขออนุญาตกฎหมายชุมนุมแล้ว
สิ่งสำคัญที่ตำรวจต้องดำเนินการก็คือ ตั้งด่านตรวจค้นสกัดเป็นจุดๆ เพื่อดูแลสถานการณ์ ขณะเดียวกันระหว่างปฏิบัติหน้าที่ จะตึงมากไปก็ไม่ดี ถ้าไปบล็อกแกนนำ สกัดผู้ชุมนุมไม่ให้พวกเขาเดิน ก็จะกระทบกับปัญหาการจราจรได้ เพราะเป็นช่วงเช้า ดังนั้นก็ต้องรู้จักการผ่อนสั้นผ่อนยาวด้วยตามสถานการณ์ และที่สำคัญเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่าประมาทเพราะอาจจะมีภัยแทรกซ้อนเกิดขึ้น และมีคนแฝงตัวเข้ามาสร้างสถานการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นได้ แต่ส่วนตัวเชื่อว่าโอกาสที่จะเกิดแบบนั้นมีน้อยมาก และเชื่อมั่นว่าจะไม่มีด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตาม ถ้าลองมองอีกแง่หนึ่ง การเดินขบวนไปทำเนียบรัฐบาลของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ถือเป็นการช่วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ด้วยซ้ำไป ให้เขาปฏิบัติตามสัจวาจาที่เคยประกาศต่อนานาอารยประเทศว่าจะเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน 2561
เพราะฉะนั้นเจตนาของพวกเขาเพียงใช้สิทธิเสรีภาพในการสื่อสารถึงนายกฯ ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรเลย แต่เป็นเรื่องเก่าๆ ที่ท่านนายกฯเคยประกาศไว้ ว่าจะเลือกตั้งพฤศจิกายน 2561 แต่ตอนนี้ทำไปทำมาก็เลื่อนมาเป็นกุมภาพันธ์ 2562 อีก ซึ่งพวกเขาก็ขอให้นายกฯปฏิบัติตามสัญญา อย่าเลื่อนโรดแมปออกไปอีกเลย ซี่งก็ไม่มีอะไรเลย ถ้าปล่อยให้เคลื่อนไหว

เอกพันธุ์ ปิณฑวณิช
ผู้อำนวยการสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล
ทางผู้ชุมนุมได้ขออนุญาตการชุมนุมไปทางตำรวจและเจ้าของสถานที่คือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผมคิดว่ากลุ่มผู้ชุมนุมมีความเปิดเผย โปร่งใส ไม่น่าจะมีเจตนารมณ์ที่จะทำให้สถานการณ์แย่ลง การชุมนุมน่าจะเป็นการออกมาแสดงจุดยืนในข้อเรียกร้องต่างๆ ซึ่งข้อเรียกร้องหลักของเขามีข้อเดียวคือการเลือกตั้ง ฉะนั้นน่าจะเป็นการรวมพลังคนที่มีความคิดเห็นคล้ายๆ กัน เพื่อสะท้อนให้ผู้บริหารประเทศได้รับทราบว่าตอนนี้มีคนกลุ่มหนึ่งคิดอะไรหรือต้องการอะไร
ส่วนจะบอกว่าผิดกฎหมายฉบับใด หากเจ้าหน้าที่จะหาทางเอาผิด ผมว่าทุกเหตุการณ์คงหาทางเอาผิดได้ ไม่มากก็น้อย แต่คิดว่าลักษณะแบบนี้เป็นความต้องการมีส่วนร่วมทางการเมือง ต้องขึ้นอยู่กับวิจารณญาณว่าสิ่งที่ทำไปนั้นกระทบกับประชาชนมากน้อยแค่ไหน คนรวมตัวกันเยอะๆ จะไม่ให้กระทบกับประชาชนเลยคงเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าไม่กระทบมากแต่เป็นการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพในการมีส่วนร่วมทางการเมือง ผมคิดว่าควรมีวิจารณญาณว่าอะไรควรปฏิบัติตามกฎหมาย อะไรควรมีการผ่อนปรน
โดยส่วนตัวผมเองปรารถนาให้มีการเลือกตั้งมานานแล้ว แม้ไม่ได้ร่วมชุมนุม แต่คิดว่าการเลือกตั้งเป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่จะทำให้ประเทศเรากลับไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยในระดับหนึ่ง ซึ่งการเลือกตั้งถูกเลื่อนมาหลายครั้ง ถ้าถูกเลื่อนออกไปอีก ก็สะท้อนว่าเราอยู่ในสภาวะที่ประชาชนไม่มีโอกาสเลือกการบริหารงานประเทศโดยตัวของประชาชนเอง
ผมคิดว่าข้อเรียกร้องนี้น่าจะมีความสมเหตุสมผล เพราะเราใช้เวลานาน 4 ปีแล้วหลังจากการรัฐประหาร ถือว่าเป็นระยะเวลาค่อนข้างยาวนานในโลกสมัยใหม่ ที่ประเทศใดจะมีรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งยาวนานขนาดนี้
ผมคิดว่าเหตุผลของข้อเรียกร้องไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะเป็นคนที่ปรารถนาจะมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการประเทศ เราก็เป็นส่วนหนึ่งของประเทศนี้ ประสงค์จะมีรัฐบาลที่อย่างน้อยก็ผ่านการเลือกตั้งเพื่อรับฟังประชาชนมากกว่านี้
การเรียกร้องให้จัดเลือกตั้งปลายปี ก่อนโรดแมปเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ที่จริงจัดเลือกตั้งได้เร็วกว่านั้น ถ้ารัฐบาลปรารถนาให้เกิดเลือกตั้งโดยเร็ว กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญต่างๆ สามารถเร่งรัดให้ผ่าน สนช.ได้รวดเร็วอยู่แล้ว การจัดโครงสร้างต่างๆ เพื่อเตรียมสู่เลือกตั้งสามารถทำได้เลย การให้สิทธิเสรีภาพกับพรรคการเมืองในการประชุมพรรค เตรียมตัวเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง สิ่งเหล่านี้ทำได้เลยอยู่แล้ว ไม่มีเหตุผลจำเป็นอะไรจะต้องประวิงเวลาให้ทอดเวลาออกไป
การเลือกตั้งภายในสิ้นปีนี้มีความเป็นไปได้อยู่แล้วถ้าประสงค์ที่จะทำ ถ้าทำได้ก็ดีเป็นการลดแรงกดดันจากฝ่ายต่างๆ รวมทั้งประชาชนที่เฝ้ารอการใช้สิทธิใช้เสียงของตัวเอง จะได้รู้สึกว่าอย่างน้อยตัวเองมีโอกาสได้ใช้อำนาจของประชาชนบ้าง
ส่วนที่อ้างว่ามีกลุ่มฮาร์ดคอร์จะสร้างสถานการณ์ ผมไม่ทราบ แต่คิดว่าฝ่ายความมั่นคงมีวิธีดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน แต่การดูแลนี้ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องไปเป็นฝ่ายตรงข้ามกับประชาชน
ผมเชื่อว่าคนที่ปรารถนาจะใช้ความรุนแรงหรือสร้างความวุ่นวายมีไม่มากในสังคมเรา ฉะนั้นประชาชนที่แสดงเจตนารมณ์และความคิดเห็นโดยสุจริตไม่ควรเหมารวมว่าเป็นการผสมโรง คนที่แสดงเจตนารมณ์โดยสุจริตมีมากกว่าคนที่ปรารถนาจะใช้ความรุนแรงอยู่แล้ว อาจต้องแยกแยะให้เหมาะสม ไม่อย่างนั้นจะเกิดการเหมารวมและทำให้เกิดวาทกรรมที่สร้างความเข้าใจผิดให้คนกลุ่มต่างๆ ในสังคมได้
ส่วนที่มีการให้ข่าวว่ามีการเตรียมแผนยั่วยุให้องค์กรต่างประเทศมาสังเกตการณ์ว่าเจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรงนั้น วิธีง่ายๆ ของเจ้าหน้าที่ก็คือไม่ใช้ความรุนแรง ไม่ว่าจะมีคนยั่วยุขนาดไหน มนุษย์เรามีอารมณ์ แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ปฏิเสธการใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุม ซึ่งก็เป็นหลักปกติอยู่แล้ว ก็ไม่มีทางที่เหตุการณ์ยั่วยุจะเป็นผล เพียงแต่ว่าเราฝึกมามากน้อยแค่ไหนที่จะจัดการกับเรื่องพวกนี้โดยไม่ให้เกิดการปะทะกันเท่านั้นเอง
ดังนั้น ผมคิดว่าขึ้นอยู่กับการสั่งการและหลักปฏิบัติของเจ้าหน้าที่เอง ถ้าให้ความสำคัญกับการไม่ใช้ความรุนแรง ผมคิดว่าก็ไม่น่ามีเหตุกระทบกระทั่งกัน
คนที่จัดการชุมนุมเขามีความรู้มากพอที่จะจัดการชุมนุมโดยสงบและสันติ ผมคงไม่สามารถแนะนำอะไรได้ และเจ้าหน้าที่ก็คงมีวิธีของเขาคงไม่ต้องแนะนำเหมือนกัน แต่ก็เป็นกำลังใจให้ทั้งสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งก็มาด้วยความปรารถนาอยากแสดงจุดยืนในข้อเรียกร้องที่ต้องการการเลือกตั้ง อันนี้ผมก็เห็นใจ แต่เจ้าหน้าที่ก็ต้องปฏิบัติหน้าที่เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงกระทบกระทั่งกันเป็นหลักปกติ ผมคิดว่าทั้งสองฝ่ายเข้าใจเรื่องพวกนี้ อย่าเพิ่งสร้างความน่าหวาดกลัวให้เกิดขึ้น

โอฬาร ถิ่นบางเตียว
รองคณบดีคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
จากจุดยืนของคนที่ไป คิดว่าเขามีบทเรียนเรื่องที่จะนำไปสู่ความวุ่นวายพอสมควร แนวโน้มจากจุดนี้คิดว่าไม่น่าบานปลาย ถ้าอาจจะมีมือที่ 3 ซึ่งอาจใช้เป็นเหตุผลเพื่อยื้อการเลือกตั้ง อันนี้ผมไม่มั่นใจ อย่าลืมว่ารัฐบาลเอง แม้ประกาศว่าจะมีการเลือกตั้งช่วงกุมภาพันธ์ ปี 2562 แต่ถ้าดูความพร้อม ดูจากสถานการณ์หลายๆ อย่าง ที่ทางรัฐบาลพยายามสืบทอดอำนาจ ก็ต้องมีความพร้อมมากพอสมควรในการเลือกตั้ง ซึ่งต้องสัมพันธ์กับกลุ่มก้อนต่างๆ ที่ตัวเองวางไว้ เพื่อที่จะให้ตัวเองชนะการเลือกตั้ง
สถานการณ์ตอนนี้คิดว่ารัฐบาลถ้าลงเลือกตั้งตอนนี้ภายใต้การล้มเหลวของการทำงานหลายอย่าง โอกาสชนะการเลือกตั้งมีอยู่ค่อนข้างน้อย ก็พยายามหาเงื่อนไขในการสร้างสถานการณ์ กรณีม็อบคนอยากเลือกตั้งอาจเป็นเงื่อนไขหนึ่งก็ได้ อาจมีมือที่ 3 หรือใครเข้ามาสร้างความวุ่นวายเพื่อจะให้เป็นเหตุผลในการยื้อการเลือกตั้ง ให้ดูเหมือนว่าความรุนแรงหรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดมาจากรัฐบาล โดยอ้างว่ารัฐบาลมีจุดยืนชัดเจนที่จะเลือกตั้งแต่กลุ่มที่ชุมนุมสร้างเงื่อนไขนำไปสู่ความไม่สงบเรียบร้อยก็จะทำให้ยืดการเลือกตั้งออกไป
ข้อเรียกร้องของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งนั้น มองว่าแค่เลือกตั้งอย่างเดียวไม่เพียงพอ การพูดว่าการเลือกตั้งเป็นทางออกของปัญหาในสถานการณ์ที่บ้านเมืองยังไม่เป็นประชาธิปไตย แค่นี้ยังไม่พอ คิดว่ากลุ่มที่ออกมาน่าจะพูดต่อคือหลังจากเลือกตั้งแล้ว จะมีกระบวนการอย่างไรให้มีการตรวจสอบนักการเมืองหลังจากการเลือกตั้ง ไม่ใช่เลือกตั้งแล้วแยกย้ายกันกลับบ้าน โดยคิดว่าจะสามารถแก้ปัญหาการเมืองไทยได้
กลุ่มที่ออกมาน่าจะพูดต่อว่า หลังเลือกตั้งแล้วขอให้ทั้งแดง เหลือง ทั้งกลุ่มอื่นๆ ออกมาช่วยกันตรวจสอบ อย่าคิดแค่การเลือกตั้งอย่างเดียวแก้ปัญหาได้ทั้งหมด มันแก้ปัญหาได้ชั่วคราวหรือเปลาะหนึ่งเท่านั้น ถ้าหลังจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งใช้อำนาจที่ไม่มีธรรมาภิบาลหรือคอร์รัปชั่น ปัญหาก็เกิด
จึงอยากให้กลุ่มออกมาเรียกร้องช่วยกันตรวจสอบอำนาจที่ออกมาให้สัมพันธ์กับประชาชน การใช้อำนาจต้องมีธรรมาภิบาล และผลต้องตกอยู่กับผลประโยชน์สาธารณะของประชาชน ให้สัมพันธ์กันอย่างนี้กลุ่มที่ออกมาจะมีความชอบธรรมมากขึ้นในการนำเสนอเรื่องการเลือกตั้งกับสังคม
ถ้ารัฐบาลไม่อยากให้บานปลาย ควรปล่อยให้เรียกร้องแต่ต้องอยู่ภายใต้กติกา อย่าเข้าไปแทรกแซง อย่าให้เกิดมือที่สาม ต้องให้กระบวนการนี้ผ่านไป รัฐบาลต้องรักษาคำมั่นสัญญาว่าจะต้องเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2562
ส่วนข่าวเรื่องแดงฮาร์ดคอร์มีอาวุธ ที่หน่วยงานความมั่นคงออกมาบอกว่ามีข้อมูล แต่หลายครั้งที่ผ่านมาพบว่าไม่มีหลักฐาน ทำให้สังคมเกิดความสับสน สร้างเงื่อนไขในความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ครั้งหนึ่งโฆษกรัฐบาลบอกว่ามีผังล้มเจ้า แต่ปรากฏว่าไม่จริง รัฐควรให้ข้อมูลจริง อย่าสร้างเงื่อนไขความขัดแย้ง

