เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม นายสุรพศ ทวีศักดิ์ นักวิชาการด้านปรัชญาและศาสนา เขียนจดหมายเปิดผนึกถึงนักการเมืองทุกคนและพรรคการเมืองทุกพรรค
“ในสังคมประชาธิปไตย เป็นเรื่องปกติที่เราอาจเบื่อ, ไม่ไว้วางใจ, ตั้งคำถาม วิจารณ์ หรือด่า, ประณามนักการเมืองและพรรคการเมือง แต่เราไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะไม่คาดหวัง หรือหยุดคาดหวังต่อนักการเมืองและพรรคการเมือง
เหตุผลที่เราต้องคาดหวังต่อนักการเมือง พรรคการเมือง ไม่ใช่เพราะเราเชื่อว่านักการเมืองเป็นคนดี สะอาด มีคุณธรรม จริยธรรมสูงส่งกว่าคนธรรมดาทั่วไป หรือพรรคการเมืองดีสมบูรณ์แบบแล้ว เรายอมรับความจริงว่านักการเมืองมีทั้งคนดี คนเลวเฉกเช่นคนในวงการอื่นๆ แต่เหตุผลที่เราคาดหวังต่อนักการเมือง พรรคการเมือง เพราะนักการเมือง พรรคการเมืองตรวจสอบได้ และตราบใดที่เรายังยืนยันระบอบประชาธิปไตย เราย่อมปฏิเสธนักการเมือง พรรคการเมืองไม่ได้ และไม่อาจไว้วางใจกลุ่มบุคคลใดๆ ที่ไม่สามารถวิจารณ์ตรวจสอบได้ตามกระบวนการประชาธิปไตย
เวลานี้ “คนอยากเลือกตั้ง” ออกมาเรียกร้องการเลือกตั้งและคัดค้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. พวกเขาเรียกร้องเพื่อใคร หากไม่ใช่เพื่อสิทธิและโอกาสสมัครรับเลือกตั้งของนักการเมือง พรรคการเมือง สิทธิเลือกตั้ง และสิทธิ เสรีภาพด้านอื่นๆ ในการกำหนดอนาคตของตนเองของประชาชนทุกคน แต่พวกเขากลับถูกจับกุมคุมขังด้วยคำสั่ง คสช.ซึ่งขัดกับรัฐธรรมนูญ และขัดต่อหลักการที่ประเทศไทยเป็นรัฐภาคีกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางการเมืองและพลเมือง
ความคาดหวังต่อนักการเมืองทุกคน พรรคการเมืองทุกพรรคในเวลาเช่นนี้คือ เราอยากเห็นการแสดงจุดยืนอย่างแน่วแน่จริงจังในการ “ปกป้องสิทธิคนอยากเลือกตั้ง” อยากเห็นการประกาศจุดยืนต่อสาธารณะว่า นักการเมือง พรรคการเมืองต้องการทราบกำหนดที่แน่นอนเชื่อถือได้ว่าจะเลือกตั้งเมื่อใด และคัดค้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. ทุกกรณี อยากเห็นนักการเมืองทุกพรรคยืนยันว่าจะต่อสู้แข่งขันกันผ่านเวทีเลือกตั้งและกระบวนการประชาธิปไตยเท่านั้น นักการเมือง พรรคการเมืองจะไม่สร้างเงื่อนไขใดๆ ให้เกิดรัฐประหารหรือสนับสนุนรัฐประหาร
การที่นักการเมือง พรรคการเมืองไม่ยืนยันอย่างถึงที่สุดที่จะปกป้องระบอบประชาธิปไตย ไม่ยืนยันถึงที่สุดที่จะต่อสู้แข่งขันกันตามระบอบประชาธิปไตย และยังสนับสนุนรัฐประหารทั้งโดยตรงและโดยปริยาย ย่อมเป็นการทรยศต่ออาชีพนักการเมืองของตนเองและทรยศต่อประชาชน เราไม่อยากจะเห็นเช่นนั้นอีก
วันนี้คนอยากเลือกตั้งต่อสู้เพื่อสิทธิของนักการเมือง พรรคการเมือง และประชาชนทุกคนแล้ว และพวกเขาก็สูญเสียอิสรภาพ แล้วนักการเมืองและพรรคการเมืองควรจะทำ “หน้าที่” ของตนเองอย่างไร ในสถานการณ์เช่นนี้?”

