ไม่ว่าแรงสะเทือนจากพรรคพลังประชารัฐไม่ว่าแรงสะเทือนจากพรรครวมพลังประชาชาติไทย
ที่โดนหนัก คือ พรรคประชาธิปัตย์
ที่โดนลดหลั่นลงมา คือ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา
ยังไม่กระทบไปยังพรรคเพื่อไทย
หากไปตรวจสอบรายชื่ออดีตส.ส.อย่างจริงจังก็จะเห็นได้ว่าสังกัดล่าสุดจากการเลือกตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2554 เป็นพรรคการเมืองอื่นไม่ใช่พรรคเพื่อไทย
อาจเป็นพรรคพลังประชาชน อาจเป็นพรรคไทยรักไทย แต่มิใช่เพื่อไทย
ทุกอย่างยังเป็นการตกปลาในบ่อเพื่อน
การรวบรวมรายชื่อไม่ว่าจะมาจากคนเคยอยู่พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะมาจากคนเคยอยู่พรรคภูมิใจไทย
ด้านหลักยังเป็นของพรรคประชาธิปัตย์
ด้านหลักยังเป็นของพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะจากนครราชสีมา ไม่ว่าจะจากขอนแก่น
ทุกอย่างก็เหมือนกับที่ “เกจิการเมือง” ระบุ
หากทั้งพรรคพลังประชารัฐและพรรครวมพลังประชาชาติไทย ยังไม่สามารถ “ดูด” คนของพรรคเพื่อไทยให้ได้ไม่ต่ำกว่า 50 ก็ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะบรรลุเป้าหมาย
นั่นก็คือ หลังเลือกตั้งสามารถรวมจำนวน ส.ส.ได้อย่างน้อย 251 คน
เพื่อไปรวมกับ 250 ส.ว.
เป้าหมายหลักของ “พรรคคสช.” จึงยังอยู่ที่จะทลายเอกภาพภายในของพรรคเพื่อไทยให้จงได้
จึงได้เกิดข่าวดูดที่ “สระแก้ว” ดังออกมา
ความเงียบภายในพรรคเพื่อไทยจึงสร้างความหนักใจให้เป็นอย่าง สูงภายใน “พรรคคสช.”
จึงมีข่าวการขับเคลื่อนของพรรคการเมืองใหม่
เป็นการประสานระหว่าง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ และ นายสุริยะใส กตะศิลา เพื่อมาอุดช่องโหว่ของพรรคพลังประชารัฐ
จังหวะก้าวนี้ควรจับตาติดตามอย่างเป็นพิเศษ

