เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม นายวิวรรธนไชย ณ กาฬสินธุ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.)แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย(ทรท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมจัดตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทยของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. ในฐานะประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชน ว่า ถ้านายสุเทพตั้งใจทำพรรคอย่างจริงจังก็มีโอกาสชนะพรรคเพื่อไทย(พท.)ได้ โดยเป้าหมายของนายสุเทพคือการหาเสียงในการเลือกตั้งครั้งต่อไปให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) รวมกันให้ได้ 251 ที่นั่งขึ้นไป ซึ่งมี 2 เงื่อนไขที่พรรครวมพลังประชาชาติไทยจะชนะพรรคเพื่อไทยได้ คือ 1.ต้องดึงคนของพรรคเพื่อไทยออกมาให้ได้อย่างน้อย 50 คน ทำให้พรรคเพื่อไทยกลายเป็นพรรคอันดับสองทันที หรือ 2. ต้องเชิญคนอย่างนายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม มาเป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งจากการที่ตนติดตามนายอาทิวราห์วิ่งในโครงการก้าวคนละก้าว มองว่านายอาทิวราห์มีลักษณะคล้ายกับนายทักษิณ ชินวัตรเมื่อครั้งหาเสียงกับประชาชน ถ้าได้นายอาทิวราห์มาพรรคอื่นจะสู้ไม่ได้เลย และที่ผ่านมามีบางพรรคการเมืองใหญ่ติดต่อไป แต่นายอาทิวราห์ยังไม่ตอบรับ
นายวิวรรธนไชยกล่าวว่า นายสุเทพไม่จำเป็นต้องเป็นหัวหน้าพรรค เป็นเพียงผู้สนับสนุนก็ได้ หมายถึงทำหน้าที่ประสานงานและดึงกลุ่มต่างๆเข้ามาร่วม แต่ต้องออกเรี่ยวออกแรงอย่างจริงจัง ซึ่งต้องรอดูประมาณ 1 เดือนหลังจากนี้ก็จะรู้ว่าจะได้ 25 ที่นั่ง หรือ 100 ที่นั่ง ถ้า 1 เดือนหลังจากนี้ยังไม่มีการเคลื่อนไหวในต่างจังหวัด ยังไม่มีการพบประชาชนหรือแถลงนโยบาย หรือยังไม่มีเครือข่าย เท่ากับจะได้ไม่ถึงไม่ถึง 20 ที่นั่งแน่นอน อย่างไรก็ดี แม้นายสุเทพบอกว่าหวังเพียง 25-30 ที่นั่ง แต่โดยนิสัยของนายสุเทพอาจจะพูดหลอกล่อ เพราะเป้าหมายที่แท้จริงคือต้องการเอาชนะพรรคเพื่อไทย นายสุเทพเป็นคนสู้และรู้วิธีเลือกตั้ง โดยนายสุเทพกับ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องคุยกันว่าจะระดมกลุ่มต่างๆอย่างไร
“ พรรคของรัฐบาลที่ประกาศมาก่อนหน้านี้อย่างพรรคพลังประชารัฐมีเป้าหมายต้องการส.ส.มากกว่า 100 ที่นั่ง แต่ปรากฏว่าเมื่อเดินเกมแล้วก็ได้รายชื่ออดีต ส.ส.ที่รวบรวมเอาไปเสนอกับนายกฯ แต่ทั้งหมดนี้ไม่มี ส.ส.เพื่อไทย เพื่อไทยยังไม่กระเทือน เพราะฉะนั้น เป้าหมาย 100 เสียงคงเป็นไปไม่ได้ แต่การที่นายสุเทพออกมา ต้องบอกว่านายสุเทพจะไม่เป็นนายกฯ ไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.และไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรี แต่เหตุผลที่ตั้งพรรคเพราะนายอภิสิทธิ์ประกาศว่าใครจะสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่ต้องอยู่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เพราะฉะนั้น การตั้งพรรคมาก็เพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์”นายวิวรรธนไชย กล่าว
นายวิวรรธนไชยกล่าวว่า อย่างไรก็ดี นอกจากตัวนายสุเทพแล้ว คนที่เหลือในพรรคก็เป็นตัวพื้นๆที่ทำอะไรไม่สำเร็จและเคยสอบตก เช่น นายอเนก เหล่าธรรมทัศน์ อธิการบดีวิทยาลัยบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งเป็นอดีตหัวหน้าพรรคมหาชน หรือนายสุริยะใส กตะศิลา ที่ไม่ประสบความสำเร็จกับพรรคการเมืองใหม่ ดังนั้น ถ้าพรรคนี้ขาดนายสุเทพก็จะไม่ได้ ส.ส.เลย ตนจึงมองว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องตัดสินใจแล้วว่าจะทำพรรคเดียว คือ พลังประชารัฐหรือรวมพลังประชาชาติไทย แล้วให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องเลิกทำ ซึ่งตนมองว่าถ้าจะเลิกควรเป็นพรรคพลังประชารัฐ เพราะพรรคของนายสุเทพมีฐานมวลชนเป็นของตัวเองมากกว่า และนายสุเทพเคยผ่านศึกเหนือเสือใต้มาก่อน หรือไม่ก็ต้องทำสองพรรคให้แย่งคะแนนกันเอง
นายวิวรรธนไชย กล่าวถึงความพรรคเพื่อไทยว่า แม้พรรคจะโดนยุบแล้วยุบอีกก็ยังไม่แตก ส.ส.ยังไม่ระส่ำระสาย แต่หากมีคนของพรรคเพื่อไทยย้ายมาร่วมกับนายสุเทพจริงๆ เขาก็ต้องมั่นใจแล้วว่าจะไม่สอบตก ดังนั้นนายสุเทพจะทำอย่างไรให้พรรคเพื่อไทยหวั่นไหวว่าถ้าอยู่พรรคเพื่อไทยแล้วสอบตกแน่ มาพรรครวมพลังประชาชาติไทยแล้วสอบได้แน่ สบายกว่าแน่ ซึ่งนายสุเทพรู้ดีว่าต้องทำอย่างไร

