“เรืองไกร” บี้ “บิ๊กตู่” แจงปมเทงบ 300 ล้าน จัดแข่งโมโต จีพี ใช้เงินแผ่นดินถูกต้องหรือไม่ พร้อมจี้ตรวจสอบบริษัทบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดฯ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 พฤษภาคม ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว. กล่าวว่า มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2560 ให้ไทยเป็นเจ้าภาพร่วมกับเอกชนจัดการแข่งขันรายการโมโต จีพี ในวงเงินงบประมาณสนับสนุน 300 ล้านบาท แยกเป็นปี 2561 จำนวน 100 ล้านบาท และปี 2562 จำนวน 100 ล้านบาท และปี 2561 จำนวน 100 ล้านบาท ซึ่งงบประมาณก้อนนี้ ครม.เห็นชอบไว้ตั้งแต่ 21 มีนาคม 2560 ซึ่งเรื่องนี้สำนักงานอัยการสูงสุด สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงบประมาณได้มีการท้วงติงแล้วก่อนที่จะมีการอนุมัติ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันโครงการดังกล่าวน่าจะดำเนินการไปบ้างแล้ว เพราะมีข่าวการลงตรวจสถานที่แข่งขันจากตัวแทนการกีฬาแห่งประเทศไทย ตัวแทนเอกชน และตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ โดยข่าวระบุว่าจะมีการแข่งขันในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2561 นี้ ซึ่ง ครม.เห็นชอบให้ใช้สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ที่เป็นของบริษัทเอกชนเพียงที่เดียวเท่านั้นที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอมา แต่จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จำกัด แต่เมื่อตรวจสอบข้อมูลของบริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จำกัด จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ณ วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 กลับพบว่า บริษัทดังกล่าวมีทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท แต่ยังไม่ได้ส่งงบการเงินปี 2559 และบริษัทดังกล่าวไม่มีทรัพย์สินถาวรที่เป็นที่ดิน อาคาร หรือสนามแข่งรถแต่อย่างใด จะมีเพียงเครื่องมือเครื่องใช้ และยานพาหนะ รวม 13,650,485.54 บาทเท่านั้น และบริษัทดังกล่าวมีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน จึงมีส่วนของทุนติดลบจำนวน 256,265,558.91 บาท นอกจากนี้ บริษัทดังกล่าวยังไม่ได้แสดงยอดหนี้เงินกู้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 จำนวน 6,075,041.10 บาท ไว้แต่อย่างใด แต่ในงบการเงินของบริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จำกัด ในหมายเหตุประกอบงบการเงินสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2559 ข้อ 8 ระบุว่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 มีเงินให้กู้ยืมแก่บริษัทดังกล่าว จำนวน 6,075,041.10 บาท โดยทั้งสองบริษัทมีนายเนวิน ชิดชอบ ร่วมเป็นกรรมการอยู่ด้วย
นายเรืองไกรกล่าวว่า จากข้อมูลดังกล่าวทำให้เกิดข้อสงสัยตามมาว่าการอนุมัติงบประมาณแผ่นดิน 300 ล้านบาทดังกล่าว ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และเกี่ยวข้องต่อเนื่องกับการประชุม ครม.สัญจรที่จังหวัดบุรีรัมย์หรือไม่ อย่างไร จึงขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ตรวจสอบการดำเนินงานภายในบริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดฯ ว่ามีการแสดงยอดหนี้เงินกู้ยืมจากกิจการที่เกี่ยวข้องกันโดยถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ นอกจากนี้ นายกฯควรสั่งให้กรมสรรพากรตรวจสอบการยื่นแบบ ภงด.50 ของบริษัทดังกล่าวในรอบปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2559 และวันที่ 31 ธันวาคม 2560 ด้วย เพราะตามกฎหมายบริษัทจำกัดจะต้องยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีต่อกรมสรรพากร และต้องยื่นงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด หากไม่ยื่นภายในกำหนดก็จะมีโทษ

