หน้าแรก การเมือง สถานีคิดเลขที...

สถานีคิดเลขที่12 : เศรษฐกิจ‘ดี’หรือ‘แย่’? : โดยปราปต์ บุนปาน

29.05.18 | 11:59 น.

วาระครบรอบ 4 ปี คสช.ผ่านพ้นไป พร้อมภาพใหญ่ๆ สองภาพ
ด้านหนึ่ง เกิดการชุมนุมต่อต้านเชิงอุดมการณ์ ผ่านการประท้วงบนท้องถนน ซึ่งผลลัพธ์ดูเหมือนจะ “วิน-วิน” ทั้งสองฝ่าย
เมื่อฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหารมีโอกาสประกอบกิจกรรมของพวกตน เพื่อสื่อสารความคิดความเห็นต่อสังคมวงกว้าง ส่วนฝ่ายรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ก็สามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้
ทว่า อีกภาพที่สำคัญไม่แพ้กัน คือสถานะของรัฐบาล คสช. ซึ่งตั้งมั่นอยู่ท่ามกลางการดำเนินชีวิตของชาวบ้านร้านตลาด หรือสามัญชนคนเล็กคนน้อยทั่วไป
น่าสนใจว่าสิ่งที่ดำเนินคู่ขนานไปกับการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลทหารในเชิงอุดมการณ์โดยคนจำนวนไม่มากนัก กลับกลายเป็นเสียงพร่ำบ่นเรื่องปากท้อง ของแพง เศรษฐกิจ (ฐานราก) ย่ำแย่ โดยชาวบ้านจำนวนมาก (ซึ่งอาจมีทั้งคนที่ “ต่อต้าน” และ “ไม่ต่อต้าน” คสช.ในทางการเมือง)
นี่คือเสียงสะท้อนที่หนักแน่นและก้องดังขึ้นเรื่อยๆ
ไม่ว่าจะเป็นการระบายความหงุดหงิดโดยตรงผ่านโซเชียลมีเดีย หรือเมื่อบางสำนักข่าวส่งผู้สื่อข่าวไปสอบถามสถานการณ์เศรษฐกิจในหลายจังหวัดทั่วประเทศ คำตอบจากปากคำชาวบ้านตัวจริงก็ไม่แตกต่างกันนัก
ยิ่งราคาน้ำมัน-ก๊าซหุงต้มพุ่งสูงขึ้น ภาพความเดือดร้อนหรือความอึดอัดคับข้องใจตรงจุดนี้ยิ่งเด่นชัด
ค่าเดินทาง-ค่าอาหารล้วนแพงขึ้น เกิดข่าวอาชญากรรมแปลกๆ เช่น ขโมยถังก๊าซขึ้นต่อเนื่องในหลายจังหวัด รวมถึงข่าวการฉ้อโกงหลอกหลวงให้ความหวังลมๆ แล้งๆ แก่ผู้คน
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังยืนยันว่าเศรษฐกิจไทยในภาพรวมนั้น “ดีขึ้น” และมี “ความหวัง”
ประเด็นหลักที่ถูกชูขึ้นมา คือตัวเลขจีดีพีในไตรมาสแรกซึ่งเติบโตขึ้นร้อยละ 4.8
ผสานกับคำให้สัมภาษณ์ของรองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่บอกกับสื่อมวลชนในวาระ 4 ปี คสช.ว่า “เศรษฐกิจก็ดีขึ้นตั้งเยอะ”
น่าคิดว่ามุมมองต่อภาพรวมเศรษฐกิจที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ระหว่างรัฐบาลกับชาวบ้านจำนวนมากนั้นวางอยู่บนฐานอะไร?
ฐานแรก สภาพเศรษฐกิจของประเทศเติบโตขึ้นจริงๆ ตามจีดีพี แต่ประชาชน (ส่วนใหญ่) กลับทึกทักหรือรู้สึกไปเองว่าเศรษฐกิจยังย่ำแย่อยู่
เหมือนที่นายกรัฐมนตรีเพิ่งให้ข่าวผ่าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกรัฐบาล ว่า
“เศรษฐกิจที่ขยายตัวนี้จะส่งผลให้เกิดการจ้างงาน มีเงินหมุนเวียนในระบบมากขึ้น ทำให้การค้าขายดีตามไปด้วย แต่ประชาชนอาจยังรู้สึกว่าตนเองไม่ได้รับอานิสงส์มากนัก ซึ่งรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจหรือคิดจะทอดทิ้งประชาชน กลับให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือดูแลผู้มีรายได้น้อยและชนชั้นกลางที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ”
ถ้าทุกอย่างดำเนินไปบนพื้นฐานเช่นนี้ นี่ก็อาจไม่ใช่ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ แต่เป็นปัญหาที่รัฐบาลสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชนไม่ได้ หรือเป็นไปได้ไหมว่าการทำงานแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจของรัฐบาลก็มีจุดที่ยังไม่ “ลุล่วง” อยู่จริงๆ?
ภาวะไปไม่ถึงฝั่งฝันดังกล่าวปรากฏในปาฐกถาพิเศษของรองนายกรัฐมนตรี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เมื่อสัปดาห์ก่อน
ท่ามกลางข่าวดีว่าด้วยการเติบโตของตัวเลขจีดีพีและดัชนีการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ รองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจย้ำเตือนถึงภาระใหญ่ ที่ทุกภาคส่วนต้องพยายามกระจายความมั่งคั่งนี้ไปสู่เกษตรกร คนยากจน และคนใช้แรงงาน
ในมุมมองของ ดร.สมคิด ภารกิจด้านการปฏิรูปเศรษฐกิจที่รัฐบาลชุดนี้จะ “พลาดไม่ได้” คือการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานให้เข้มแข็งและเอื้อคนส่วนใหญ่
หากพิจารณาจากฐานคิดเช่นนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าปัญหาเศรษฐกิจนั้นมีอยู่จริงๆ และเสียงสะท้อนของประชาชนหลากหลายกลุ่มก็ไม่ใช่แค่อารมณ์ความรู้สึกอันเลื่อนลอย หากเป็นข้อเท็จจริงในวิถีชีวิต
เค้าลางซึ่งคล้ายจะดูดีขึ้นของสภาพเศรษฐกิจไทย จึงยังมีปัญหาระดับรากฐานที่รอคอยการแก้ไขปรับปรุงดำรงอยู่