‘เอกชัย’ บุกทำเนียบ จี้ ‘บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม’ ขอโทษ ‘คนอยากเลือกตั้ง’ ชี้กลั่นแกล้ง-รุนแรงกว่าเหตุ

30.05.18 | 11:57 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 พฤษภาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกชัย หงส์กังวาน และนายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ นักกิจกรรมทางการเมือง ได้เดินทางมายังบริเวณประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล ถนนพิษณุโลก เพื่อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวขอโทษต่อการจับกุมคนอยากเลือกตั้งในการชุมนุมครบรอบ 4 ปีของการรัฐประหาร 2557 เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา รวมถึงมามอบนาฬิกาให้กับ พล.อ.ประวิตร โดยมีตำรวจและทหารทั้งในและนอกเครื่องแบบมาเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ตลอด

นายเอกชัยกล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คสช.ได้ใช้ยุทธวิธีแบบเดียวกับทหารในการนำกำลังหลายพันคนเข้าควบคุมตัวกลุ่มคนอยากเลือกตั้งซึ่งมีจำนวนแค่หลักร้อยและชุมนุมอย่างสงบที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และสะพานมัฆวาน ตนจึงมองว่าเป็นการกลั่นแกล้ง ทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ ทำให้ไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่กลุ่มกลับไม่ได้รับคำขอโทษ เมื่อเปรียบเทียบกับการจับกุมอดีตพระพุทธะอิสระเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ทั้งที่ใช้ความรุนแรงและกำลังตำรวจน้อยกว่า พล.อ.ประยุทธ์กลับออกมากล่าวขอโทษ นอกจากนี้ ตลอดการบริหารงาน 4 ปีที่ผ่านมา รัฐบาล คสช.ยังสมควรกล่าวคำขอโทษในอีกหลายเรื่อง เช่น เรื่องการรัฐประหารรัฐบาลพลเรือน การอุ้มคนเห็นต่างเข้าค่ายเพื่อปรับทัศนคติ รวมทั้งกรณีการยืมนาฬิกาหรูจากเพื่อนของ พล.อ.ประวิตร ซึ่งนายเอกชัยกล่าวว่า “ไม่ว่าเขาจะยอมรับหรือไม่รับ ผมก็ยังจะตามตื๊อแบบนี้ไปเรื่อยๆ”

นายเอกชัยกล่าวว่า ส่วนกรณีที่ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้มาตรา 44 ออกคำสั่งย้าย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) จากกรณีการบุกจับกุมอดีตพระพุทธะอิสระ รวมถึงประกาศว่าจะไม่รักษาควายในร่างคน ตนมองว่าเป็นการกล่าวที่ดูถูกคนไข้ ผิดจรรยาบรรณความเป็นแพทย์ จึงขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ พิจารณาใช้ ม.44 เพื่อปลด พล.ต.นพ.เหรียญทอง เช่นกัน

ด้านนายโชคชัยกล่าวว่า ตนในฐานะคนหนึ่งที่ต้องการการเลือกตั้ง ขอฝากไปถึง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่กล่าวหาว่าการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว เพราะจริงๆ แล้ว พล.ต.อ.ศรีวราห์ควรกล่าวขอโทษต่อผู้ประกอบการการท่องเที่ยวมากกว่าจากการนำกำลังตำรวจจำนวนมากมาปิดถนน นอกจากนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ และ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ควรออกมาขอโทษประชาชนที่ใช้กำลังตำรวจเข้าจับกุมคนอยากเลือกตั้งจนทำให้การจราจรติดขัด ทั้งที่กลุ่มคนอยากเลือกตั้งมีความประสงค์จะใช้ถนนเพียงเลนเดียว ถ้าตำรวจไม่ขัดขวาง การเดินทางมายังทำเนียบก็จะใช้เวลาเพียง 1 ชม. โดยไม่กระทบการจราจร เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ไม่เร่งด่วน ทั้งนี้ นายโชคชัยยืนยันว่ากลุ่มคนอยากเลือกตั้งจะยังคงทำการเคลื่อนไหวอย่างสงบตามสิทธิในรัฐธรรมนูญต่อไป

หลังจากแถลงต่อผู้สื่อข่าว นายเอกชัยและนายโชคชัยได้เจรจากับตำรวจเพื่อขอเข้าไปยังภายในของทำเนียบรัฐบาล แต่ไม่ได้รับการอนุญาต นายเอกชัยจึงกล่าวต่อว่า “ความเป็นชายชาติทหารไม่ได้วัดกันที่พละกำลังหรือความเข้มแข็ง แต่วัดกันที่ความกล้าหาญ ถ้าทำผิดก็ต้องกล้ายอมรับผิด ที่ผ่านมามีหลายกรณีที่เห็นว่าทหารทำผิด แต่ไม่เคยยอมรับผิด เช่น การจัดซื้อจีที 200 หรือเรือเหาะ วันนี้แค่ขอพบเพื่อฟังคำขอโทษก็ไม่ยอมให้ฟัง” อย่างไรก็ดี เมื่อไม่ได้รับการตอบรับจากตำรวจ นายเอกชัยและนายโชคชัยจึงเดินทางกลับโดยไม่มีความรุนแรงใดๆ

Advertisement