“วิษณุ” ปัดตอบเข้าวัดแล้วรู้สึกเหมือนเดิมหรือไม่ ยกคำสอนพระพุทธเจ้าให้พระสงฆ์เป็นที่พึ่ง ขอสื่ออย่าไล่ไปบวช แม้จะเบื่อกับสภาพแวดล้อมตอนนี้เต็มทน
เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 31 พฤษภาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นกับวงการสงฆ์ในขณะนี้ นายกรัฐมนตรีหนักใจว่าจะเกิดเหตุบานปลายหรือไม่ว่า ส่วนตัวไม่ทราบต้องไปถามนายกรัฐมนตรีเอง ไปดักเจอในวันประชุมคณะรัฐมนตรีเองพร้อมปฏิเสธตอบถึงความหนักใจในเรื่องดังกล่าว ส่วนปัญหาการซื้อ-ขายตำแหน่งพระชั้นผู้ใหญ่นั้น ส่วนตัวได้ยินในเรื่องนี้มาเป็นจำนวนมาก แต่ไม่ทราบว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ซึ่งตนเองและสื่อมวลชนก็ได้รับทราบมาเท่าๆ กัน ดังนั้นจะเอาสิ่งที่ได้ยินมาเป็นสาระไม่ได้ เพราะบางสิ่งก็เป็นเรื่องที่เกินจริงมากไป
เมื่อถามว่า หากพ้นจากล็อตนี้ไปแล้ว จะมีพระชั้นผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัดอีกหรือไม่นั้น นายวิษณุกล่าวว่า ส่วนตัวไม่ทราบ ต้องถามจากนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พ.ศ.) เมื่อถามว่า หลังจากนี้เมื่อเข้าวัดจะรู้สึกแปลกๆ และจะเคารพเหมือนเดิมหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เมื่อวันที่ไปสวดมนต์ที่พระลาน พระราชวังดุสิต ตนชอบบทสวดมนต์บทหนึ่ง ที่ให้ยึดพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง คือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ซึ่งพระสงฆ์คือสาวกของพระพุทธเจ้าเปรียบคือพระอรหันต์แต่ขณะนี้ไม่มีแล้ว เราก็เรียกว่าสมมุติสงฆ์ คือสมมุติขึ้นมาแทน
“พระพุทธเจ้าเราไม่เห็น เราเห็นแต่พระพุทธรูป นั่นก็สมมุติ พระธรรมคืออะไร เราไม่เคยได้ยิน พองานศพสวดมนต์ ก็มีใบลานว่าสมมุติคือพระธรรม ที่นั่งห่มเหลืองอยู่เราก็สมมุติว่าคือพระสงฆ์ ทุกอย่างวันนี้เราไหว้ในสิ่งที่สมมุติ เพราะฉะนั้นสมมุติจริงก็ได้ สมมุติปลอมก็ได้ สมมุติแท้ สมมุติเทียมก็ได้ แต่ของจริงมันมีอยู่ ไม่ต้องสนใจว่าของจริงหรือของปลอมคืออันไหน เพราะของจริงเราไม่เห็น เราเห็นแต่พระพุทธของจริงคืออะไร พระธรรมของจริงคืออะไร พระสงฆ์ของจริงคืออะไร สมมุติสงฆ์ก็จบสบายใจแค่นั้น นัตถิ เม สะระณังอัญญัง สังโฆ เม สะระณัง วะรัง ที่พึ่งอื่นใดของข้าพเจ้าไม่มี พระสงฆ์เป็นที่พึ่งของข้าพเจ้า คือเวลาไหว้ให้นึกว่ากำลังไหว้สมมุติสงฆ์ เราไหว้พระพุทธรูปเรานึกว่าไหว้พระพุทธเจ้า เราไม่ได้ไหว้อิฐหินดินทรายที่เอามาปั้น คิดอย่างนี้แล้วสบายใจ” นายวิษณุกล่าว
นายวิษณุกล่าวว่า ส่วนตัวไม่ได้ห้อยพระ และไม่ได้ขวนขวายที่จะเก็บ หากใครให้ก็เก็บแต่ไม่ได้ตามหา ซึ่งตนเคยบอกว่าการจัดระเบียบพุทธพาณิชย์เป็นเรื่องที่ต้องทำแต่ขอให้รอเมื่อมีกระแสมาก่อน ทั้งนี้ตนไม่ได้เข้าวัดสม่ำเสมอ มีไปเรียนทำสมาธิวัดธรรมมงคลบ้าง ส่วนพระอาจารย์ที่เลื่อมใสคือวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ส่วนวัดสระเกศก็ไปเมื่อมีงาน และเมื่อวันวิสาขบูชาที่ผ่านมาก็พาแม่ไปเวียนเทียนที่วัดยานนาวา ซึ่งตนเคยบวชที่วัดปากน้ำ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ าในบั้นปลายคิดจะไปบวชอีกหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า “คุณจะขับไสไล่ส่งกันเลยหรอ ถึงจะเบื่อเต็มทีกับสภาพแวดล้อม แต่ของอย่างนี้มันเป็นวาสนา เหมือนพระเจสันยังที่ผมเคยถามท่านว่า จริงหรือไม่ที่ข่าวลงว่าท่านจะบวชไม่สึก ท่านว่าไม่ เพียงแต่ขณะนี้ไม่คิดที่จะสึก ผมบอกท่านว่าดีแล้วอย่าไปตอบใครว่าท่านจะไม่สึก เช่นเดียวกับจะไปบอกใครว่าจะบวชไม่บวช ของอย่างนี้อยู่ที่วาสนา คนอยากจะบวชก็บวชไม่ได้ คนไม่อยากจะบวชก็มีเหตุให้บวชเอาผ้าเหลืองเป็นที่พึ่งเพื่อให้พ้นรอดปลอดภัย”
เมื่อถามว่า ผ้าเหลืองจะอยู่รอดปลอดภัยหรือไม่นั้น นายวิษณุกล่าวว่า ถ้าร้านเก็บไว้ดีใส่กุญแจก็จะอยู่รอดปลอดภัย เมื่อถามต่ออีกว่า หมายถึงถ้าทำไม่ดีก็หลบภัยไม่ได้ นายวิษณุกล่าวว่า หลบได้ก็หลบกันเยอะแยะ

