“บิ๊กจิน” ชี้ ไทยต่างจากยุโรป-อเมริกา เพราะมีอาชีพหลากหลาย ไม่เน้นแค่อุตสาหกรรม ยัน “บิ๊กตู่” เจตนาให้มีการเลือกตั้ง-ยุทธศาสตร์-การปฏิรูป หากไม่มี ประเทศจะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ไม่ถึงจุดหมายเสียที
เมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 31 พฤษภาคม ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเตรียมนำเสนอผลงานรัฐบาลครบรอบ 4 ปี ว่า เมื่อต้น พ.ค.ที่ผ่านมาได้สรุปเป็นรายงานต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไปว่าจากที่นายกรัฐมนตรีได้ให้มีการจัดประชุมคณะกรรมการติดตามการปฏิบัติงานตามนโยบายของรัฐบาล (คตน.) คณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน (กคป.) ที่มีรองนายกรัฐมนตรีทั้ง 5 คนกำกับดูแล ทั้งหมดได้ส่งข้อมูลครบแล้ว แยกออกเป็น 3 ส่วน คือ 1.ข้อมูลสั้น สรุปข้อมูลของผู้บริหาร 2.ข้อมูลรวม เป็นข้อมูลขนาดกลาง และ 3.คือข้อมูลดิบ ซึ่งส่วนข้อมูลผู้บริหารนั้นได้นำมาเรียงแบ่งเป็น 5 ตอน แต่ละตอนพูดถึงความเป็นมาของการเข้ามาของ คสช. การตั้งรัฐบาลและการแก้ปัญหา รวมถึงการวางรากฐานต่างๆ เพื่อไปสู่โรดแมป ซึ่งนายกรัฐมนตรีเห็นชอบแนวทางดังกล่าวแล้ว หลังจากนี้จะให้คณะทำงานชุดที่เล็กลงโดยมีฝ่ายเลขาฯของ คตน.เป็นผู้ดูแลร่วมกับทีมโฆษกช่องเอ็นบีที โดยขณะนี้เน้นเรื่องสคริปต์เพื่อเตรียมออกมาเป็นวีดิทัศน์ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการแก้ไขไปสู่ร่างฉบับที่ 3 ที่จะพิจารณากันในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ จากนั้นจะเป็นขั้นตอนการทำงานด้านเทคนิค โดยใช้บริษัทเอาต์ซอร์ซมาทำงาน ทั้งหมดนี้คือวีดิทัศน์พรีเซ็นเทชั่นที่มีความคืบหน้า 80-90% แล้ว ส่วนข้อมูลที่เตรียมจัดทำเป็นรูปแบบเอกสารนั้น หลังจากสัปดาห์นี้จะมีการประชุมหารือกันอีกครั้งว่าจะมอบให้ใครเป็นผู้รับผิดชอบในการรวบรวมข้อมูล ป้องกันการทับซ้อนไปมา และจากนั้นคณะทำงานจะช่วยกันตรวจสอบเพื่อจัดทำรูปเล่ม อย่างไรก็ดี จะมีการแถลงผลงานอย่างไรหรือไม่นั้นต้องนำเรียนหารือนายกรัฐมนตรีก่อน
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีเห็นข้อมูลดิบแล้วมีการสั่งการเพิ่มเติมหรือไม่ พล.อ.อ.ประจินกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีคงดูเฉพาะส่วนสคริปต์และส่วนฉบับกลาง ไม่ได้ดูส่วนที่เป็นข้อมูลดิบ เพราะมีข้อมูลเยอะมาก โดยนายกฯต้องการให้นำเสนอข้อมูลที่มีความชัดเจนว่าทำไมจึงต้องวางรากฐานเพื่อไปสู่ระยะยาว เพราะถ้าไม่วางรากฐาน ทิศทางที่จะเดินไปข้างหน้าจะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ไม่ถึงจุดหมายเสียที นั่นหมายความว่า ต้องมีรัฐธรรมนูญ ยุทธศาสตร์ และการปฏิรูปที่ทุกภาคส่วนเห็นชอบและทำไปด้วยกัน ทั้งนี้นายกฯระบุว่าโรดแมปที่วางไว้ต้องนำไปสู่การเลือกตั้ง ตรงนี้เป็นเจตนาของนายกฯซึ่งต้องการเนื้อหาเหล่านี้ปรากฏในเอกสาร และยังต้องการให้มีการอธิบายเรื่องไทยแลนด์ 4.0 เพราะเราไม่ใช่ยุโรปหรืออเมริกาที่จะเน้นเฉพาะอุตสาหกรรม 4.0 บ้านเรามีหลากหลายอาชีพ อาทิ ภาคการเกษตร ท่องเที่ยว การบริการ นี่คือบริบทของประเทศไทย จึงใช้คำว่าไทยแลนด์ 4.0 และที่สำคัญไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเป็น 4.0 หมด แต่ต้องมีส่วนที่เป็น 2, 2.5, 3.5 แต่ทั้งหมดนี้เราต้องเดินไปด้วยกัน ไม่มีใครตกขบวน
เมื่อถามว่า จะแยกได้อย่างไรว่าใครอยู่ในช่วงที่เป็น 2, 2.5, 3.5 รองนายกฯกล่าวว่า ต้องประเมินจากเกณฑ์อาชีพและรายได้ เช่น บางคนที่เรียนจบมาทำงานไม่ตรงสาย เราก็ต้องแก้ไขให้ตรงตามที่ตลาดต้องการ หรือเรื่องปัญหาเกษตรกรรายได้น้อย ผลผลิตต่ำ จะแก้ไขอย่างไร หรือคนที่เป็นสตาร์ตอัพ เอสเอ็มอี รายได้ไม่เพียงพอ จะเพิ่มเติมอย่างไร ดังนั้น เมื่อนำเทคโนโลยีมาใช้จะช่วยให้ทุกคนขยับขึ้นไปสู่ 4.0 เอง แต่ที่สุดแล้ว ไม่ใช่แค่ปัจจัยอาชีพและรายได้ ยังมีปัจจัยอื่นประกอบด้วย

