“บิ๊กตู่”ขาลง คะแนนทรุด เลื่อนโรดแมปก็ช่วยไม่ได้

2.06.18 | 13:04 น.

ช่วงนี้ ถือว่า เป็นช่วงขาลงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. หลังเข้าบริหารจัดการประเทศกว่า 4 ปี และประกาศโรดแมปล่าสุดว่า จะมีการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2562

ซึ่งโดยปกติแล้ว ช่วง “ขาลง” นี้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องมีผลงาน บารมี คะแนนนิยมที่พุ่งสูงขึ้น และประชาชนส่วนใหญ่ให้การสนับสนุน เพื่อส่งเสริมให้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีภายหลังการเลือกตั้งได้อย่างสง่างาม

แต่ “ขาลง” ของ พล.อ.ประยุทธ์ ครั้งนี้กลับสวนทางกับความเป็นจริง

แทนที่จะมีคะแนนนิยมพุ่งสูงขึ้น กลับเจอกระแสตีกลับจาก”คนกันเอง”

หนึ่ง คือเพจขอล้าน Like สนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ซึ่งเป็นเพจสนับสนุนการทำงานของพล.อ.ประยุทธ์ มีผู้ติดตามกว่า 3 แสนคน

Advertisement

วันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพจนี้ตั้งคำถามว่า ครบรอบ 4 ปี คสช.คุณยังสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ให้บริหารบ้านเมืองต่อหรือไม่ โดยหลังจากเปิดให้ลงคะแนนกว่า 24 ชั่วโมง มีผู้เข้ามาแสดงความเห็นเกือบ 2 แสนคน แยกเป็นสนับสนุนกว่า 13% และไม่สนับสนุนกว่า 87%

วันที่ 25 พฤษภาคม มีผู้แสดงความเห็นเพิ่มเป็นกว่า 5.4 แสนคน โดยเสียงสนับสนุนเหลือแค่กว่า 10% ขณะที่เสียงไม่สนับสนุนเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 90%

ผลโหวตที่ออกมาแบบกลับตาลปัตรนี้ ทำให้เกิดเสียงฮือฮาในโลกออนไลน์

ช่วงเย็นวันที่ 25 พฤษภาคม เพจดังกล่าวได้ปิดตัว ก่อนจะเปิดให้แสดงความเป็นใหม่ในช่วงคืนวันเดียวกัน และโลกออนไลน์ระบุว่า มีผู้เข้าร่วมโหวตกว่า 2 แสนคน แต่ผลสำรวจกลับหนักกว่าเดิมคือ ไม่เห็นด้วยเพิ่มสูงถึง 94% ส่วนเห็นด้วยเหลือแค่ 6%

แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่หวั่นไหวกับผลโหวตดังกล่าว แต่เมื่อเป็นเรื่องของ “คนกันเอง” ก็เป็นเรื่องที่น่าคิด

อีกหนึ่ง “คนกันเอง” เป็นผลพวงมาจาก การบุกจับอดีตพุทธะอิสระ แห่งวัดอ้อน้อย

“พุทธะอิสระ” ที่เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในพิธีเททองหล่อพระเกตุมาลาพระนาคปรก”ปกเกล้า ปกแผ่นดิน” เมื่อวันที่  27 มกราคม 2555 และมีการเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ขณะนั้นยังเป็น ผบ.ทบ. และอดีต ผบ.ทบ. 3 คนคือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.อนุพงษ์  เผ่าจินดา และ พล.อ.สมทัต อัตตะนันทน์ มาร่วมพิธี

ทั้งยังมีภาพของการเจิมหน้าผาก

“พุทธะอิสระ” ยังเป็นแกนนำ กปปส.เวทีแจ้งวัฒนะ ที่วิจารณ์กันว่า เป็นการเปิดทางหรือสะพานให้พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามายึดอำนาจ

เมื่อมีภาพการบุกจับอดีตพุทธะอิสระ ที่มองว่า รุนแรงและกระทำเกินเหตุ กลุ่มลูกศิษย์และผู้ที่เลื่อมใสอดีตพุทธะอิสระ จึงออกมาเคลื่อนไหว และเรียกร้องให้ใช้มาตรา 44 ปลด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.

พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร จึงต้องออกมาขอโทษ

และยังโชคดี ที่อดีตพุทธะอิสระ ช่วยดับกระแสให้ โดยบอกกล่าวกับลูกศิษย์ผ่านพระจันทร์ แห่งสันติอโศกว่า อย่าโกรธแค้น คสช.และตำรวจ

ให้คิดว่า การเข้าคุกเป็นภาระกิจปราบอลัชชี และให้คิดว่า เป็นการติดคุกขำๆ

ซึ่งหาก พล.อ.ประยุทธ์ ยังคิดที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีภายหลังการเลือกตั้ง ก็ยังพอมีเวลาที่สร้างผลงานและคะแนนนิยม

แต่ถ้าเลื่อนโรดแมปเลือกตั้งอีกครั้ง เพื่อให้อยู่ยาวขึ้น คะแนนและความน่าเชื่อถือก็จะตกต่ำลงไปอีก