หน้าแรก การเมือง นักวิชาการหนุ...

นักวิชาการหนุนใช้โทษปรับตามฐานะ คนจนส่งบริการสังคม เพิ่มทางเลือกลงโทษ

2.06.18 | 15:45 น.

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรมราชทัณฑ์จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “ก้าวผิดคิดพลาด…ให้โอกาสแก้ตัวใหม่” (มาตรการทางเลือกแทนการจำคุก) โดยในเวลา 13.00 น. เป็นการเสวนาเรื่อง “การใช้โทษทางเลือกหลังมีคำพิพากษา” ดำเนินรายการโดย ดร.ณัฎฐา โกมลวาทิน ผู้ประกาศข่าวไทยพีบีเอส

รศ.ดร.ศรีสมบัติ โชคประจักษ์ชัด คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ม.มหิดล กล่าวว่า ตนสนับสนุนเรื่องการใช้โทษปรับ เคยมีการศึกษาเรื่องความคุ้มค่าต่อสังคม โดยจะต้องไม่ใช้โทษปรับกับคนจน หรือขังแทนค่าปรับ โดยอาจใช้การบริการสังคมแทน หากเมืองไทยจะนำมาใช้ถือเป็นเรื่องดีและรัฐได้ประโยชน์ คนทั่วไปเห็นว่าผู้กระทำผิดอันตราย แต่การควบคุมสามารถทำที่บ้านได้ โดยการใช้กำไลอีเอ็มซึ่งเขายังทำงานต่อได้ ต้องดูว่าวิธีการไหนได้ผลในแง่ความคุ้มค่าด้านเศรษฐกิจและสังคมยอมรับ ไม่ใช่มุ่งเพียงว่าไม่ทำให้นักโทษล้นคุก อีกวิธีหนึ่งคือรอการกำหนดโทษ

ดร.นัทธี จิตสว่าง รักษาการรองผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า มาตรการทางเลือกหลังคำพิพากษามีหลายทาง แต่ไทยยังยึดติดเรื่องการจำคุก ปี 2500 ไทยมีนักโทษ 1.9 หมื่นคน จน2520เริ่มเกิดปัญหานักโทษล้นคุก อดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์ตอนนั้นเริ่มส่งสัญญาณว่ามีปัญหาจึงมีการเส;นาและเชิญผู้เชี่ยวชาญต่างชาติมา แต่เรื่องชะลอการฟ้องถูกตีตก การตั้งสถาบันอาชญาวิทยาก็ไม่มีมหาวิทยาลัยไหนรับทำ มีเรื่องคุมประพฤติที่ผ่านแต่ก็ไม่สามารถกรองคนออกจากคุกได้นัก และหลังจากปรับยาขยันเป็นยาบ้า นักโทษก็พุ่งขึ้นอีก จนมีการฟื้นฟูผู้ติดยาเปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้ป่วยจึงลดนักโทษได้ แต่ปัจจุบันก็พุ่งขึ้นมาอีก เพราะคนออกไปแล้วเข้ามาอีก จากผู้เสพเป็นผู้ค้าจนปัจจุบันมีนักโทษ 3.5 แสนคน ตอนนี้ระบบกรองคนก่อนเข้าคุกก็ทำไม่ได้เพราะคนตั้งคำถามว่าตั้งใจช่วยเหลือใครหรือไม่ ระบบกรองก่อนออกก็ถูกมองว่าจะช่วยเหลือใคร สังคมยังเข้าใจว่าคนทำผิดต้องจำคุก ระบบกรองคนจึงไม่สามารถใช้ได้เต็มที่ ทั้งที่ในคุกควรกรองคนที่เป็นอันตรายจริงๆ ส่วนคนที่พลั้งพลาดควรให้ออกเร็วๆ แต่คนที่ทำผิดซ้ำมักทำผิดเล็กน้อยติดคุกไม่นานก็ออกมาทำผิดอีกเรื่อยๆ

นายพยนต์ สินธุนาวา รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2500 มีหลักว่าคนต้องมีทางเลือกมากกว่าการจำคุก โดยกรมคุมประพฤติเกิดขึ้นภายหลัง เน้นการสืบเสาะปูมหลัง แต่ภายหลังก็มีสภาพคนล้นไม่ต่างจากเรือนจำ ด้วยระบบที่เราไม่สามารถปิดต้นทางได้ เคสก็ไหลมากองกัน พอจะปล่อยนักโทษจำนวนมากคนก็หวาดกลัววิพากษ์วิจารณ์กัน เกิดจากการที่เราไม่สามารถบริหารจัดการระบบยุติธรรมทางอาญาได้ชัดเจน

ดร.ธานี วรภัทร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาทางนิติศาสตร์ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า เราอยู่ในอันดับ6ของโลก และอันดับ1ของอาเซียนที่มีผู้ต้องขังสูงสุด โดยมากที่สุดมาจากพ.ร.บ.ยาเสพติดและสารระเหย ทั้งที่ผู้เสพเป็นผู้ป่วย รวมถึงครอบครองหรือค้าขายเพื่อเสพ หรือการกำหนดหน่วยขั้นต่ำที่ทำให้คนครอบครองเพื่อเสพเกินที่กำหนดกลายเป็นครอบครองเพื่อขาย ซึ่งผลกระทบจากสภาพผู้ต้องขังล้นเรือนจำส่งผลเสียมาก เพราะผู้ต้องขังอยู่ในเรือนนอน16ชั่วโมงอย่างแออัด แล้วเราจะคืนคนดีสู่สังคมได้อย่างไร ขณะนี้คนไทยจ่ายเงินให้กระบวนการยุติธรรมสูงและมีอัตราเพิ่มขึ้น การใช้โทษทางเลือกหลังพิจารณาคดี มีทั้งให้รอการกำหนดโทษ เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษปรับ และถึงเวลาที่ประเทศไทยต้องเอาโทษปรับแบบ Day-Fine มาใช้ โดยนำฐานะหรือรายได้ของผู้กระทำผิดมาพิจารณาร่วมกับความร้ายแรงในความผิดมากำหนดค่าปรับ

Advertisement