หน้าแรก การเมือง บทนำ : อีกก้า...

บทนำ : อีกก้าว-เลือกตั้ง วันอังคารที่ 5 มิถุนายน 2561

5.06.18 | 13:00 น.

พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ได้จัดงานเปิดตัวไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา แกนนำพรรคมาจากบรรดาแกนนำ และผู้สนับสนุน กปปส.ซึ่งเมื่อปี 2556-2557 ได้ก่อการประท้วงร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่ลุกลามเป็นการขับไล่รัฐบาล จนต้องยุบสภา เตรียมเลือกตั้งใหม่ แต่การเลือกตั้งถูกขัดขวางจนเป็นโมฆะ ก่อนจะเกิดรัฐประหาร 22 พ.ค.2557 เพื่อปฏิรูปก่อนเลือกตั้งอันเป็นข้อเรียกร้องของ กปปส. การกำเนิดของพรรค รปช.จึงเป็นเรื่องที่ดี เพราะเป็นโอกาสนำเสนอแนวทาง แนวความคิดต่างๆ ให้ประชาชนตัดสินตามวิถีทางประชาธิปไตย แทนที่จะใช้กำลังเข้ากดดันบีบบังคับ ดังที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2556-2557

แกนนำพรรคนี้ มี อาทิ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) อดีตผู้นำ กปปส., นายเชน เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์, นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปด้านการเมือง, นายธานี เทือกสุบรรณ, นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.), นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดี วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และ ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.), นายทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง ทนายความของนายสุเทพ น.ส.เพขรชมพู กิจบูรณะ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ผู้ร่วมก่อตั้งพรรค นายจักษ์ พันธ์ชูเพชร นักวิชาการที่มีบทบาทบนเวที กปปส. ฯลฯ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้กล่าวในงานเปิดตัวพรรคถึงสาเหตุที่กลับมาเล่นการเมืองอีกครั้ง ตอนหนึ่งกล่าวว่า ถูกโจมตีว่าตระบัดสัตย์จะไม่สนใจคำวิจารณ์เหล่านั้น จะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่จะเอาประสบการณ์นักการเมืองกว่า 40 ปี มาตั้งพรรคของประชาชนให้ได้ ทันทีที่ได้รับอนุญาตจาก คสช.ให้รณรงค์ จะเดินไปทุกจังหวัดทั่วประเทศไม่มีต้นทุน จะลงทุน 5 หมื่นบาท แล้วจะใช้รองเท้าคู่เดิม เพราะตนยังเก็บรองเท้าคู่เดิมที่เคยเดินขบวน แล้วจะใช้รองเท้าคู่นี้เดินรณรงค์เชิญชวนประชาชนมาร่วมเป็นสมาชิกพรรค จะไม่ใช่พรรคที่เกิดขึ้นได้เพราะกำนันสุเทพ แต่กำนันสุเทพจะเป็นส่วนหนึ่งของพรรคที่รักชาติ รักแผ่นดินไทย

เท่ากับว่าการเมืองไทยขณะนี้ มีการก่อตั้งพรรคที่เป็นตัวแทนแนวคิดต่างๆ อย่างหลากหลาย รวมถึงพรรคการเมืองที่มีอยู่ก่อน ทั้งกลุ่มที่มีความคิดก้าวหน้า กลุ่มอนุรักษนิยม ซึ่งมีภูมิหลังและผ่านการแสดงบทบาทต่างๆ มาแล้ว เป็นข้อมูลพื้นฐานที่ประชาชนรับรู้อยู่แล้ว เมื่อเข้าสู่การเลือกตั้ง ก็จะต้องเปิดเผยนโยบายว่า จะริเริ่ม ปรับเปลี่ยน พัฒนา นำพาประเทศไปในทิศทางไหน แสดงทรรศนะและจุดยืนในปัญหาต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูลให้ประชาชนได้ตัดสินใจในการใช้สิทธิ และสุดท้ายเมื่อประชาชนตัดสินอย่างไรแล้ว ต้องยอมรับด้วยสปิริต ไม่ตีรวนล้มกระดาน เหมือนดังที่ผ่านๆ มา