09.00 INDEX ปมเงื่อน พรรคการเมือง คือ ทุนศึกษา รวมพลังประชาชาติไทย

5.06.18 | 08:39 น.

หากไม่มี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ การเปิดตัวของพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.)จะอึกทึกครึกโครมได้ระดับนี้หรือไม่

นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ คงตอบได้

เมื่อสำรวจผ่านพาดหัวและรายละเอียดของข่าวที่ปรากฏตามสื่อทั้งในวันที่ 3 และเช้าวันที่ 4 มิถุนายน ยิ่งเด่นชัดในบทบาทของ นายสุเทพ  เทือกสุบรรณ

สรุปตามสำนวน  “การตลาด” นี่ย่อมเป็นการ LAUNCE ที่ทรงพลานุภาพอย่างยิ่ง

โดยเฉพาะภาพการกรีด “น้ำตา” ของ “ลุงกำนัน”

Advertisement

ยิ่งวันต่อมา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ  เปิดรายละเอียดการลงขันคนละ 50,000 บาทรวมแล้วเป็น 25 ล้านบาทเป็นทุนประเดิม

ยิ่งโป๊ะเช๊ะ

หากย้อนกลับไปทวนบทบาทของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ไม่ว่าในพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าในกปปส.ก็จะยิ่งประจักษ์ในบทบาทของ  “การนำ”

ที่สำคัญอย่างที่สุด คือ การระดม “ทุน”

ในฐานะเลขาธิการพรรค นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็เล่นบท เดียวกันกับ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์

นั่นคือ ทำให้พรรค”ขับเคลื่อน”ได้

คนที่แสดงบทในการระดม”ทุน”จึงไม่ใช่ นายชวน หลีกภัย จึงไม่ใช่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

หากแต่เป็น พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์

หากแต่เป็น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

และเมื่อมาเป็นเลขาธิการกปปส. บทบาทในการรับเงินบริจาคมือแรกคือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แม้จะมีหลานของ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ มาเป็นมือสองจัดใส่ลงในถุงพลาสติก

แต่ตัวจริง เสียงจริง ไม่ว่าที่กปปส. ไม่ว่าที่พรรครวมพลังประชาชาติไทย คือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

“เงิน” ต่างหากคือปัจจัยชี้ขาดทาง”การเมือง”

ปัญหาของพรรครวมพลังประชาชาติไทยจึงมิได้อยู่ที่ว่าใครเป็นหัว หน้าพรรค ใครเป็นเลขาธิการพรรค

หากแต่อยู่ที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

เหมือนเมื่อครั้งเป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เหมือนเมื่อครั้งเป็นเลขาธิการ กปปส. เหมือนเมื่อครั้งที่ใช้คำว่า “มวลมหาประชาชน”