เมื่อเวลา 14.40 น.วันที่ 5 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีการจัดตั้งพรรคพลังประชาชาติไทย ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นแกนนำ ว่าวันนี้มีพรรคตั้งใหม่หลายสิบพรรค ซึ่งก็เป็นไปตามกติกาหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้งเรื่องคุณสมบัติ สมาชิกพรรค เงินสนับสนุนพรรค ถือเป็นสิ่งที่ควรจะเป็น ควรจะเกิดขึ้นกับการเมืองไทย ไม่ใช่ตนต้องการไปลดสมาชิกพรรคของเขา เพื่อสนับสนุนพรรคที่สนับสนุนรัฐบาล นั่นเป็นคนละเรื่องกัน จริงๆ แล้วถ้าใครจะเป็นตัวแทนประชาชน จะต้องมีความชัดเจนในเรื่องเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสมาชิกพรรค การใช้จ่ายอะไรต่างๆ เพื่อจะได้มีรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล
“ดังนั้น ไม่ว่าจะพรรคใคร พรรคของนายสุเทพ หรืออะไรต่างๆ ถ้ามีความตั้งใจจริงก็ขอให้ประสบความสำเร็จ จะแสดงความยินดีด้วย พรรคใดก็ได้ ใครก็ได้ ที่จะนำพาประเทศชาติของเราให้เข้มแข็ง เป็นรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล มีการปฏิรูปตามยุทธศาสตร์ชาติ นั่นคือสิ่งที่ผมสนับสนุนทุกพรรค ซึ่งเคยบอกไปแล้ว ไม่ใช่เพราะเขามาสนับสนุนผม รัฐบาล คสช.แล้วผมจะต้องสนับสนุนเขากลับ แต่ผมสนับสนุนทุกพรรค ถ้ามีความสร้างสรรค์” นายกรัฐมนตรีกล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญที่สุด ทุกคนลืมไปหรือไม่ ไม่ว่าจะพรรคใดก็ตามจะเป็นพรรคเก่าหรือใหม่ ทั้งพรรคที่สนับสนุนตน หรือตนสนับสนุนพรรคนั้น ตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจน แต่สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือประชาชนจะเป็นผู้กาบัตรเลือกตั้ง
“ผมไม่ได้เข้าไปกับประชาชนทุกคนด้วยในการเลือกตั้ง เข้าคูหาผมก็ไม่ได้เข้ากับเขา ผมจึงบังคับวิถีไม่ได้ ต่อให้คนชอบผมทั้งประเทศ แต่เวลาเลือกตั้งเขาไม่ได้เลือกผมใช่ไหม เขาเลือก ส.ส.แล้วผมเป็น ส.ส.ได้หรือไม่ ทำไมมามองกันแต่ตรงนี้จนวุ่นวายไปหมด ผมลงเลือกตั้งไม่ได้ แต่มันก็เป็นเรื่องของกลไกในรัฐธรรมนูญ และกลไกการเลือกตั้ง พ.ร.บ.ส.ส. และ ส.ว. ทั้งหมดเขียนไว้อยู่แล้วว่าใครจะเป็นอะไรตรงไหนบ้าง มันต้องอยู่ในกรอบนี้ ใครจะไปใครจะมาประชาชนเป็นผู้ตัดสินทั้งสิ้น” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า วันนี้เรากำลังสร้างการรับรู้ว่าจะมีประชาธิปไตยสากล จะมีการเลือกตั้งแล้ว แต่ยังคงตีกันไปมาเช่นนี้ แล้วใครจะเชื่อมั่น เชื่อถือเรา วันนี้บ้านเมืองมีเสถียรภาพการลงทุน เกิดขึ้นมากมายพอสมควร เศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น แล้วเราจะทำลายกันไปทำไม วันนี้จะเลือกตั้งอยู่แล้ว แต่ยังไม่ทันเลือก เหลือเวลาอีกหลายเดือน ทุกคนก็ทำเหมือนเป็นยกสุดท้าย สื่อโซเชียลมีเดียก็ประโคมปี่กลองเชิดกันใหญ่ ต้องน็อกกันให้ได้ แล้วอย่างนี้ประเทศชาติจะไปตรงไหนกัน ตนขอถามหน่อย ทำไมเราไม่ทำให้บ้านเมืองมีความสุขสงบเรียบร้อย ให้ทุกคนเคารพกฎหมาย ไม่ละเมิดผู้อื่น หรือให้ร้ายกล่าวว่าโดยไม่มีข้อเท็จจริง สิ่งเหล่านี้ต้องเตือนประชาชน สื่อก็รู้อยู่แล้ว เปิดโซเชียลมีเดียมาด่าต่อว่ากันทั้งสองข้าง บางเว็บไซต์ด่ากันทั้งเว็บ คนหนึ่งด่าคนหนึ่งแก้ เป็นอยู่อย่างนี้แล้วจะปรองดองกันได้หรือไม่ จึงต้องหาวิธีสร้างสรรค์ ทั้งสองฝ่ายต้องการอะไร แล้วบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร ดังนั้นอย่ากล่าวให้ร้ายกันต่อไปอีกเลย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าวันข้างหน้ามีการเลือกตั้งจะเกิดเหตการณ์ยิ่งกว่านี้หรือไม่ ในเมื่อทุกคนอยากเลือกตั้ง ก็ควรต้องสร้างความรู้ความเข้าใจ ให้ประชาชนเข้าใจนโยบายรัฐบาลต่อไป การจะมาเป็น ส.ส.ต้องทำงานอย่างไร ต้องสร้างการรับรู้เช่นนี้ถึงจะเกิดการปรองดอง ประเทศเดินหน้าสู่ความสุขสงบตามวิสัยทัศน์ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน
“แต่ถ้าตีกันตั้งแต่วันนี้ มันไม่ใช่ ทุกคนต้องการอย่างนั้นหรือไม่ ขอถามสื่อโซเชียล ต้องการแบบนี้หรือไม่ ถ้าต้องการกันแบบนี้ ท่านก็ทำกันต่อไป ผมก็จะทำเท่าที่ผมทำได้ บางเรื่องกฎหมายก็ใช้ไม่ได้ทุกตัว เพราะจะเดือดร้อนกับคนอื่นที่เกี่ยวข้องกันไปหมด อย่าลืมว่ามีคนสนใจการเมืองส่วนหนึ่ง แต่ส่วนหนึ่งก็ไม่ได้สนใจ หากแต่ทำมาหากินเลี้ยงชีพกันต่อไป ไม่สงสารเขาหรือ ถ้าเกิดความวุ่นวายแล้วเขาหากินกันไม่ได้ จะทำอย่างไร เศรษฐกิจจะไม่แย่ลงกว่าเดิมหรือ การลงทุนจากต่างประเทศจะชะงักหรือเปล่า ไม่มองอนาคตกันบ้างหรือ จะตีกันตั้งแต่วันนี้กันหรืออย่างไร เอาประเทศชาติมาก่อน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

