ว่าด้วยสปิริต ว่าด้วยเลือกตั้ง ว่าด้วยคะแนนนิยม

7.06.18 | 12:10 น.

เมื่อกำหนดเลือกตั้งทั่วไปเริ่มชัดเจนเป็นรูปร่าง

และเส้นทางการเมืองกำลังมุ่งหน้าไปในทิศทางนั้น

ความเคลื่อนไหวทุกประการ ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ ไม่ว่าจะหวังผลทางการเมืองหรือไม่

ไม่มีอะไรพ้นจากการเป็นการเมือง

ถ้ารัฐบาล และ คสช. เลือกที่จะ “วางมือ” หลังการเลือกตั้งครั้งต่อไป

Advertisement

คลื่นที่สาดเข้ามากระทบก็จะบางเบา

แต่เมื่อเลือกเส้นทาง “พลังประชารัฐ” และชัดเจนว่าจะลงสู่สนามเลือกตั้งเช่นเดียวกับนักการเมืองทั่วไป

ภูเขาทองก็ต้องลมจากทุกทิศ

ที่เรียกเสียงเฮฮาและคำวิพากษ์วิจารณ์ได้มากที่สุด และล่าสุด

ก็คือ กรณีของ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ

ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติ เนื่องจากภรรยาถือหุ้นเกิน 5% ตามที่กฎหมายกำหนด

ว่าเข้าลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 264 ประกอบมาตรา 187

ที่บัญญัติไม่ให้รัฐมนตรีถือครองหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท หรือในกรณีประสงค์จะได้รับประโยชน์จากหุ้นที่ถือครองให้แจ้งประธาน ป.ป.ช.ทราบภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้งและให้โอนหุ้น

จนอาจเป็นเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 หรือไม่

นายดอนตอบคำถามของผู้สื่อข่าว หลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ว่า

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ไม่ได้สอบถาม หรือพูดอะไร

เพราะถือว่าเป็นเรื่องเล็ก ไม่มีอะไร

ในที่ประชุม ครม. หรือตอนรับประทานอาหารคุยกันแต่เรื่องอื่น ไม่มีใครซีเรียสอะไร และตนไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวอะไรกับแรงกดดัน หรือกังวลใดๆ

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการเรียกร้องให้แสดงสปิริตในเรื่องนี้ นายดอนกล่าวว่า

“ให้ไปเรียกร้องกับนักกีฬา”

ก่อนหน้าจะมาถึงเรื่องสปิริต

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ตอบข้อถามผู้สื่อข่าวถาม ว่านายดอนควรแสดงสปิริตลาออกจากตำแหน่ง หรือต้องรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อนว่า

รอสักพักให้ชัดเจนก่อน ตอนนี้ยังไม่ชัดเจนว่า กกต.มีมติหรือยังไม่มี

เมื่อถามย้ำว่า หาก กกต.มีมติชี้ว่านายดอนขาดคุณสมบัติจริง จะต้องปรับ ครม.หรือไม่

รองนายกฯ กล่าวว่า เร็วไปที่จะพูด

แต่ไม่มีใครชัดเจนเท่ากับ พล.อ.ประยุทธ์

4 มิถุนายน นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีการถือครองหุ้นของภรรยานายดอน ที่เข้าลักษณะต้องห้าม ซึ่งจะมีผลต่อคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี

และเรื่องดังกล่าวจะส่งผลให้มีการปรับคณะรัฐมนตรีหรือไม่

โดยนายกฯตอบอย่างมีอารมณ์ฉุนเฉียวว่า

“ไม่มี”

เมื่อถามว่า ยืนยันว่าไม่มีการปรับ ครม.ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า

“ปรับไปทำไม คุณก็ปรับเองแล้วกัน ผมไม่ปรับ อยู่ได้ก็อยู่ ถ้าอยู่ไม่ได้ท่านก็ต้องออก”

เมื่อถามย้ำว่า สรุปว่าไม่มีการปรับ ครม.ใช่หรือไม่ นายกฯหันไปตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่า

“พูดไปไม่เข้าใจหรือ”

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า นอกจากนายดอนแล้ว จะมีการปรับ ครม.ในส่วนอื่นหรือไม่ในช่วงเวลา 6 เดือนที่เหลือของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่มีแผน ไม่ได้คิดว่าจะต้องปรับใคร

เมื่อถามต่อว่า ในกรณีดังกล่าวจะมีขั้นตอนในการชี้แจงอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า อยู่ในขั้นตอนกฎหมาย

ต่อข้อถามว่า สุดท้ายแล้วหากนายดอนจะต้องพ้นสภาพความเป็นรัฐมนตรีจะต้องปรับ ครม.หรือไม่

นายกฯเดินออกจากวงสัมภาษณ์พร้อมกับกล่าวว่า

ไม่มีปรับ ครม.

ชัดเจน แจ่มแจ้งแบบชายชาติทหาร ที่ร้องเพลง “เลือดสุพรรณ” เป็นอาจิณ

แต่คุณสมบัติของความรักพวกพ้องตามวิสัยการอบรมแบบทหาร

จะได้ผลแบบเดียวกันหรือไม่ เมื่อนำมาใช้กับเส้นทางการเมือง

ยังเป็นเรื่องต้องพิสูจน์

ยังเป็นคำถามอยู่ว่า สปิริตของรัฐมนตรีและหมู่คณะ

เป็นสปิริตเดียวกันกับประชาชนทั่วไปหรือไม่