หากโรดแมปการเลือกตั้งยังปักหลักอยู่ที่ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ตามคำยืนยัน
ไม่ว่าจะจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ไม่ว่าจะจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
ก็มีแต่เพียง 3 พรรคการเมืองคือ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย พรรคชาติพัฒนา ที่มีความพร้อมมากยิ่งกว่าอีก 66 พรรค
เพราะมีสมาชิกยืนยันเกินกว่า 5,000
ขณะที่คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 53/2560 กำหนดให้ต้องมีสมาชิกครบ 5,000 คนภายใน 1 ปีนับแต่วันที่ 1 เมษายน 2560 มิฉะนั้น จะไม่มีสิทธิส่งผู้สมัคร
เด่นชัดว่าขณะนี้มีเพียง 3 พรรคเท่านั้นที่สอบผ่าน
ความเป็นจริงที่ต้องยอมรับก็คือ ไม่เพียงแต่พรรคพลังชลซึ่งไปนั่งอยู่ในทำเนียบรัฐบาลแล้วจะต้องเหน็ดเหนื่อย
หรือพรรคภูมิใจไทยจะต้องเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย
แม้ว่าจะสามารถระดมมวลชนมากกว่า 30,000 คนมาเปล่งเสียง “ลุงตู่สู้ๆ ลุงตู่สู้ๆ” ก้องสนามช้าง อารีนา
เนื่องจากยังไม่สามารถ “ขยับ” อะไรได้อีก
เพราะไม่เพียงแต่คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 53/2560 จะค้ำคออยู่ หากที่สำคัญเป็นอย่างมากก็คือ คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 57/2557 ยังตรึ่งอย่างจำหลักหนักแน่น
ห้ามพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมือง
นั่นจึงมิได้อยู่ที่การไม่สามารถหา “สมาชิก” หากยังอยู่ที่การไม่สามารถจัดประชุมหรือทำกิจกรรมใดๆทั้งสิ้น
เหมือนกับต้องการตรึงพรรคการเมืองเก่า แต่เอาเข้าจริงๆแม้กระทั่งพรรคการเมืองในเครือข่ายของคสช.ก็ประสบปัญหาอีหลักอีเหลื่อเหมือนกัน
มีเพียง 3 พรรคเท่านั้นที่หายใจได้คล่องที่สุด
ยิ่งคสช.ยื้อเวลา “ปลดล็อก” พรรคการเมืองให้ยาวนานเท่าใด ยิ่งเปิดโอกาสให้กับพรรคการเมือง”เก่า”มากเท่านั้น
1 คือ พรรคประชาธิปัตย์ 1 คือ พรรคเพื่อไทย
2 พรรคการเมืองนี้ไม่เพียงแต่จะไม่เอานายกรัฐมนตรี”คนนอก” หากแต่ยังเป็นหนามในหัวใจของ “คสช.”
เข้าทำนอง” ช้า” เป็นการ “นาน” อาจเป็นคุณกับพรรคการเมืองใดกันแน่

