มัวรีรออะไรอยู่ รีบประกาศเลือกตั้งเร็วๆ ไม่ดีกว่าหรือ
เริ่มต้นเดือนมิถุนายนมา 1 สัปดาห์เต็ม สิ้นเดือนนี้ครบครึ่งปี ทางธุรกิจนับเป็นไตรมาสที่สองของปี มีเวลาอีก 6 เดือนจะครบ 1 ปี ห้วงเวลาที่เหลือนับจากวันนี้ 6 เดือน 22 วันเต็ม กับอีก 31 วันของเดือนมกราคม 2562 ขึ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2562 คือเดือนที่รัฐบาลต้องสั่งการให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศวันเลือกตั้ง
ระหว่างนี้คณะกรรมการการเลือกตั้งยังเป็นชุดเดิม ไม่จำเป็นต้องรอชุดใหม่ผ่านการพิจารณาให้เสร็จก็ได้ เพราะคณะกรรมการการเลือกตั้งปฏิบัติหน้าที่ติดต่อกันได้ไม่ติดขัด ทั้งมีเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งเรียบร้อยปฏิบัติหน้าที่ได้
ปัญหาอุปสรรคของพรรคการเมืองวันนี้คือจำนวนสมาชิก ตัวเลขที่หนังสือพิมพ์มติชนนำเสนอต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นตัวเลขของสมาชิกพรรคการเมืองที่แจ้งยืนยันความเป็นสมาชิกต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งในวันที่ 31 พฤษภาคม 2561 ตามประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง มี 54 พรรคยื่นแจ้งยอดสมาชิกจากทั้งหมด 69 พรรค
ยอดสมาชิกพรรคการเมืองพรรคเดิม คือประชาธิปัตย์ ลดลง 96.62% เพื่อไทย ลดลง 92.79% ภูมิใจไทย ลดลง 99.38% ชาติไทยพัฒนา ลดลง 88.90% ชาติพัฒนา ลดลง 71.46%
จำนวนสมาชิกพรรคที่เหลือน้อยที่สุด ต้องหาเพิ่มอีกมากคือพรรคภูมิใจไทยมีเพียง 934 คน
พรรคที่ยังเหลือสมาชิกมากที่สุดคือพรรคประชาธิปัตย์ 97,775 คน
การเลือกตั้งในระบบ “ไพรมารีโหวต” น่าจะเป็นปัญหาและอุปสรรคกับผู้สมัครรับเลือกตั้ง ด้วยต้องมีจำนวนสมาชิกสนับสนุนให้เพียงพอในเขตเลือกตั้งนั้น
การจะให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องหาสมาชิกสนับสนุนตัวเองลงสมัครรับเลือกตั้ง แม้มีบางประเทศทำได้ แต่สำหรับประเทศไทย ใครจะออกตัวว่าเป็นผู้สนับสนุนผู้สมัครคนนั้นคนนี้ เพราะแม้แต่จะแจ้งเป็นสมาชิกพรรคการเมืองนั้นพรรคการเมืองนี้ยังไม่ง่าย
ด้วยเหตุที่คนไทยจำนวนไม่น้อยไม่นิยมประกาศตัวเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ทั้งยังต้องเสียค่าสมัคร แล้วต้องเลือกคนนั้นคนนี้ตามที่พรรคหรือบุคคลผู้นั้นลงสมัครในเขตเลือกตั้งที่ต้องการหรือที่พรรคกำหนด
ความเป็นประชาธิปไตยทางการเมือง หมายถึงผู้สมัครรับเลือกตั้งไม่จำเป็นต้องสังกัดพรรค เมื่อกฎหมายกำหนดให้ต้องสังกัดพรรคจึงต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้น
ส่วนผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง รัฐธรรมนูญกำหนดไว้เป็นหน้าที่ของปวงชนชาวไทยไปใช้สิทธิเลือกตั้งหรือลงประชามติ “อย่างอิสระโดยคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมของประเทศเป็นสำคัญ” จึงต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามหน้าที่นั้น โดยมีข้อกำหนดจำกัดสิทธิบางประการหากไม่ปฏิบัติตามหน้าที่
การเลือกผู้ใด พรรคไหน เป็นสิทธิและเสรีภาพของผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง คือ “ใช้วิธีลงคะแนนโดยตรงและลับ” โดยจะลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ใด หรือจะลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเลยก็ได้
นั่นคือสิทธิเสรีภาพของผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง เมื่อเข้าสู่คูหาจะกาให้ใครเป็นผู้แทนของตน ย่อมกระทำด้วยตัวเอง ไม่มีผู้ใดจับมือให้กาเบอร์นั้นเบอร์นี้ได้
ดังนั้น การต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองจึงเป็นทั้งสิทธิและความพอใจ หมายความว่าไม่ต้องเป็นสมาชิกพรรคใดก็ได้ รวมถึงเมื่อเข้าคูหากาบัตร จะไม่กาบัตรให้ผู้สมัครที่ตัวสนับสนุน และพรรคนั้นได้เช่นกัน
เอาเถอะ เมื่อผู้มีอำนาจเป็นรัฐบาลขณะนี้ต้องการให้เป็นเช่นนี้ ปวงชนชาวไทยจำเป็นต้องปฏิบัติให้เป็นเช่นนั้นไปก่อน เพื่อให้มีการเลือกตั้งตามกำหนดคือภายในเดือนกุมภาพันธ์เสียที แม้อะไรต่อมิอะไรจะยังไม่เป็นประชาธิปไตยตามที่เรียกร้องกัน แต่ประกาศให้มีการเลือกตั้งยังดีกว่าเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีก หรือไม่ชอบใจ ยึดอำนาจไม่มีการเลือกตั้งยังได้
เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะรออะไรอยู่เล่า รีบประกาศเลือกตั้งเพื่อให้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งโดยเร็วไม่ดีกว่าหรือ
เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

